ังหลาย ๆ คนเริ่มพูดคุยกันเอง
ซึ่งเรื่องเหล่านี้ล้วนเข้ามาในหูฉู่โม่วทั้งหมด และมันทำให้แววตาของเขาเกิดความสนใจในตัวเด็กสาวขึ้นมาเล็กน้อย
หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้ว เขาก็ตัดสินใจเดินเข้าไปหาเธอ
…
ซูเสี่ยวเสี่ยวทรุดนั่งลงไปกับพื้นด้วยความผิดหวัง
อาการป่วยที่หนักหนาสาหัสของแม่เลี้ยงของเธอนั้น หมอที่ทำการรักษาบอกเอาไว้ว่า มีเพียงหัวใจของอสรพิษสองหัวเท่านั้นที่จะสามารถรักษาได้
แต่ก็อย่างที่เหล่าผู้ปลุกพลังได้พูดกันเอาไว้ ว่าอสรพิษสองหัวนั้นดุร้ายและหาตัวยากมาก ๆ
แถมเธอไม่ได้มีของรางวัลที่ดูน่าสนใจขนาดที่จะขอร้องความช่วยเหลือจากผู้ฝึกยุทธ์ที่ทรงพลังมาจัดการให้ เธอมีเพียงไข่สัตว์อสูรที่ตนเก็บมาได้ตั้งแต่สมัยยังเด็ก และหวังว่าจะมีใครสักคนช่วยเธอเพื่อแลกกับไข่ใบนี้เท่านั้น
ดังนั้นแล้วเธอจึงถือว่าน่าสงสารมาก ๆ
ทุกคนต่างก็มองว่าไข่สัตว์อสูรที่เธอนำมาเป็นของรางวัลนั้นไม่สามารถฟักได้แล้ว เพราะขนาดเธอมาอยู่ที่นี่เกือบจะครึ่งเดือนแล้ว มันยังไม่มีวี่แววว่าไข่จะมีปฏิกิริยาอะไรเลย
การที่หมอที่รักษาแม่เลี้ยงของเธอนั้นบอกว่า ร่างกายที่ป่วยหนักนี้จะอยู่ได้อีกไม่นาน มันก็ยิ่งทำให้เด็กสาวไม่สามารถอ้อยอิ่งรอคนมารับงานของเธอไปได้…
“สวัสดี ภารกิจที่เธอว่านั่น ยังเปิดหาคนอยู่หรือเปล่า?”
ในขณะที่ซูเสี่ยวเสี่ยวกำลังจมอยู่กับความสิ้นหวังนั้นเอง น้ำเสียงที่นุ่มลึกก็ทลายกำแพงความเศร้าเข้ามาในโสตประสาทของเธอ