เขาเปี่ยมไปด้วยความภาคภูมิใจสุด ๆ
และทันทีที่โจวชี่หันมาเห็นฉู่โม่วผู้เพิ่งจะเดินเข้ามา แววตาคู่นั้นก็เปล่งประกายจนออกนอกหน้า “ฉู่โม่ว! นี่แกยังกล้าเข้ามาเหยียบในคลาสนี้อีกเหรอ ทั้งที่เป็นไอ้อ่อนปวกเปียกเหมือนหนอนแมลงเนี่ยนะ?”
ได้ยินเช่นนั้น ทุก ๆ คนในคลาสเรียนก็หันมามองที่ฉู่โม่วอย่างพร้อมเพรียงกันโดยไม่ได้นัดหมาย
“ฉู่โม่วมาจริง ๆ ด้วยเหรอ?”
“คนที่ไม่มีพรสวรรค์อย่างหมอนั่นจะมาทำไมน่ะ?”
“แบบนี้ก็ดีสิ เห็นเขาว่าโจวชี่น่ะชอบเฉินซีเวยมาตั้งนานแล้ว เขาทั้งไล่ตามตื๊ออยู่ทุกวี่ทุกวัน แถมยังเคยพูดไว้ด้วยนะว่าถ้าวันใดเขาเอาชนะฉู่โม่วได้ เขาจะขอเฉินซีเวยเป็นคู่หมั้นแทนด้วย หรือว่านี่จะเป็นเวลาที่ฉันได้เห็นไอ้หนูตกถังข้าวสารนี่เสียข้าวสารที่หล่อเลี้ยงมันมากันนะ? น่าสนใจจริง ๆ”
“ถ้าเจ้านั่นมาเพราะตั้งใจจะร่วมภารกิจล่ะก็ ฉันว่าโจวชี่ไม่ปล่อยเขาไปง่าย ๆ แน่!”
“เอาน่า… ก็น่าดูไม่ใช่หรือไง?”
ทุกคนในห้องกระซิบกระซาบกัน ทุกถ้อยคำล้วนเต็มไปด้วยความดูถูก
ซึ่งนี่ไม่ได้เกินจากที่ฉู่โม่วคิดไว้สักเท่าไหร่
โจวชี่ลุกและเดินฝ่าฝูงชนมาหาฉู่โม่ว
สายตาที่มองมาเต็มไปด้วยร่องรอยความเย้ยหยัน “ฉันไม่คิดเลยนะเนี่ยว่านายจะกล้ามาร่วมภารกิจไล่ล่าวันนี้ด้วย”
“แต่ก็ดี ฉันจะได้ใช้โอกาสนี้ทำอะไรให้นายดูสักหน” เขายื่นหน้าไปใกล้ แล้วพูดด้วยเสียงเบา “ปกติ… นายชอบหลบอยู่หลังเฉินซีเวยสินะ?”
“เดี๋ยวฉันจะแสดงให้นายเห็นเองว่าภาพเ