าทันที
รัตติกาลคืบคลานเข้ามาแล้ว
เฉินซีเวยจำเป็นต้องวางมือจากการฝึกฝนลงไว้ชั่วคราว และหันไปเตรียมทำอาหารมื้อเย็นต่อ
เพราะการตายของครอบครัวและพรสวรรค์ที่ไม่ตื่นขึ้น ทำให้ฉู่โม่วยอมแพ้กับชีวิตไปโดยสมบูรณ์
ด้วยเหตุนี้ ตั้งแต่เฉินซีเวยย้ายเข้ามาอยู่กับเขา เธอจึงเป็นฝ่ายคอยทำอาหารให้ชายหนุ่มทานและคอยดูแลอยู่ทุกวัน
แม้ว่าอีกฝ่ายจะไม่ยินดียินร้ายกับเธอเลยก็ตาม
เมื่อคิดถึงท่าทีเย็นชาที่ฉู่โม่วมีต่อเธอ เฉินซีเวยก็อดถอนหายใจไม่ได้
หญิงสาวเดินออกจากห้องไป
แต่ในขณะที่กำลังคิดว่าจะทำอะไรเป็นมื้อเย็นดีนั้นเอง กลิ่นหอมของอาหารก็ลอยมาแตะจมูกเสียก่อน
รับรู้เช่นนั้นแล้ว เฉินซีเวยก็ไม่รอช้า รีบวิ่งไปยังห้องนั่งเล่นด้านล่าง
สิ่งที่รอเธอมาพบคืออาหารมากมายที่ถูกจัดเตรียมไว้บนโต๊ะ
สีสันและกลิ่นของพวกมันบ่งบอกว่าเพิ่งทำเสร็จใหม่ ๆ และเปี่ยมไปด้วยความน่ารับประทาน ทำเอาหญิงสาวหักห้ามใจที่จะยื่นนิ้วชี้ออกไปไม่ได้
“ออกมาแล้วเหรอ? ไปล้างไม้ล้างมือก่อนแล้วค่อยมากินสิ ฉันทำเสร็จหมดแล้วล่ะ กำลังจะตักซุปไปวางให้พอดีเลยด้วย”
ประตูห้องครัวถูกเปิดออก เพราะฉู่โม่วที่กำลังทำอาหารอยู่นั้นได้ยินเสียงของเธอที่ลงมาข้างล่างพอดี
เห็นแบบนั้นแล้ว เฉินซีเวยที่ดูเยือกเย็นเสมอก็แสดงสีหน้าประหลาดใจออกมาอย่างเก็บไว้ไม่อยู่
“พวกนี้… นายทำเหรอ?”
หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เธอก็เอ่ยถามออกไป
“ถ้าไม่ใช่ฉันแล้วจะเป็นใครได้ล่ะ?”
ฉู่โม่วหัว