เราะ
เขาตอบพลางเตรียมซุปใส่ถ้วย แล้วถือมันมาวางไว้ที่โต๊ะ
“มาสิ”
ชายหนุ่มร้องเรียก
เฉินซีเวยยังคงยืนมองฉู่โม่วที่ทำทุกอย่างให้เธอ ตั้งแต่ทำอาหารจนเสิร์ฟให้ด้วยแววตาสับสนงุนงง
เธอมีความในใจเป็นหมื่นล้านคำผุดขึ้นมา… มันมากมายเสียจนไม่รู้จะเริ่มพูดอะไรก่อนดี
สุดท้าย สาวเจ้าก็เลือกนั่งลงไปบนเก้าอี้โดยไม่ปริปาก และมองฉู่โม่วผู้จัดจานอาหารตรงหน้าเธอเสียดิบดี
หญิงสาวอยากจะถามอะไรกับเขาสักหน่อย แต่พออ้าปากกลับไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมาเสียอย่างนั้น
ทำได้เพียงทานอาหารไปเงียบเชียบ
ไม่มีใครเป็นฝ่ายพูดอะไรออกมา
ความเงียบปกคลุมห้องนั่งเล่นอีกครั้ง
ผ่านไปครู่หนึ่ง ฉู่โม่วจึงเป็นฝ่ายพูดหลังวางชามของตนลงไปแล้ว “ฉันกินเสร็จแล้ว ถ้าเธออิ่มเมื่อไหร่ก็ฝากล้างชามทีนะ”
พูดจบ เจ้าตัวก็เดินกลับไปยังห้องของตนเองอย่างรวดเร็ว
เฉินซีเวยยังคงไม่ได้เอ่ยอะไรออกมาสักแอะ จนกระทั่งฉู่โม่วเดินกลับห้องของตนเองไป
เธอมัวแต่ประหลาดใจ… จนกระทั่งเขาปิดประตูห้องตนเองสนิทแล้ว ถึงพึ่งตระหนักว่ายังไม่ได้พูดสิ่งที่อยากพูดออกไปเลย
สถานการณ์นี้มันเหลือเชื่อจริง ๆ!
ตั้งสองปีเลยนะ!
สองปีที่ฉู่โม่วปล่อยหญิงสาวไว้ในโลกอันอ้างว้าง ไม่ว่าจะทำอะไรให้ อีกฝ่ายก็ไม่เคยสนใจไยดีหรือตอบรับความรักของเธอเลย!
แล้ววันดีคืนดี จู่ ๆ เขาก็มาทำอาหารมื้อนี้ให้ จะไม่ให้แปลกใจได้อย่างไร!
“อย่างกับ… ฝันไปเลย”
หญิงสาวพูดกับตนเองเบา ๆ ก่อนจะหันไปมองยังอาหาร