เมื่อได้ยินประโยคนี้ อารมณ์ของเฉาเยวียนค่อยๆ สงบลง เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วคลายมือออกจากโต๊ะจั่วชิงหลับตาลงอย่างจนใจ แล้วกล่าวต่อว่า “ทุกคนรู้ความสัมพันธ์ของพวกนายกับอันชิงอวี๋ดี……ด้วยเหตุนี้ ฉันจึงเสนอต่อเหล่าเทพต้าเซี่ยให้หน่วยม่านราตรีถอนตัวจากเรื่องนี้ เพราะถ้าพวกนายทำอะไรสักอย่าง ทำให้การจัดการกับอันชิงอวี๋ล้มเหลว จน ‘ประตูและกุญแจ’ หวนกลับคืน นั่นจะทำให้ไม่เพียงแต่ต้าเซี่ยเท่านั้น แต่ทั้งโลกจะต้องประสบหายนะ……ถึงตอนนั้น ม่านราตรีจะกลายเป็นอาชญากรของโลก แต่พวกนายควรเป็นวีรบุรุษไม่ใช่เหรอ?”หลินชีเยี่ยสบตากับจั่วชิงแล้วรู้สึกหวั่นไหวเล็กน้อยสายตาของอีกฝ่ายเต็มไปด้วยอารมณ์อันซับซ้อน ความหวัง ความปลาบปลื้ม ความไร้ทางเลือก ความรู้สึกผิด…หลินชีเยี่ยเคยเห็นสายตาแบบนี้ในดวงตาของเยี่ยฟ่านมาก่อนความแตกต่างคือ ในอดีต เยี่ยฟ่านเห็นเพียงส่วนหนึ่งของการเติบโตของหน่วยม่านราตรี แต่จั่วชิงเห็นพวกเขาเติบโตจากจุดเริ่มต้นจนถึงวันนี้มาทีละก้าวไม่มีใครรู้ดีไปกว่าจั่วชิงว่าหน่วยม่านราตรีสร้างคุณประโยชน์และปาฏิหาริย์ให้กับต้าเซี่ยมากเพียงใด……เขาเหมือนบิดาของม่านราตรี เป็นพยานการเติบโตของพวกเขา และด้วยเหตุนี้ เขาจึงไม่อยากเห็นหน่วยนี้ต้องมาจบลงด้วยจุดจบที่แย่ที่สุด“ดังนั้น อย่าไปยุ่งกับสรวงสวรรค์และอย่าทำเรื่องโง่ๆ……นี่คือคำสั่ง” น้ำเสียงของจั่วชิงมั่นคงเด็ดเดี่ยวไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าใด เขาสูดหายใจเ