้นแล้วร้องอุทานออกมาอันชิงอวี๋อ้าปากจะพูดอะไรบางอย่างโดยสัญชาตญาณ แต่หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง ก็ประสานมือคำนับอย่างนอบน้อม“คารวะท่านหลิงเป่าเทียนจุน”หลิงเป่าเทียนจุนนั่งอยู่ตรงข้ามอันชิงอวี๋ สีหน้าดูซับซ้อน เขาโบกมือพลางกล่าว “ไม่ต้องมากพิธีหรอก… ร่างจริงของข้ากับเทียนจุนอีกสองท่านยังคงอยู่ในม่านหมอก สิ่งที่เหลืออยู่ที่นี่เป็นเพียงเงาสะท้อน ก่อนจากไปข้าหวังว่าเงาสะท้อนนี้จะไม่ถูกปลุก… ไม่คิดว่าสุดท้ายก็มาถึงขั้นนี้จนได้”“เงาสะท้อนนี้ ถูกทิ้งไว้เพื่อผมใช่ไหม?” อันชิงอวี๋จับประเด็นสำคัญได้อย่างว่องไว“อืม” หลิงเป่าเทียนจุนพยักหน้า “ก่อนที่พวกเราจะจากไป หยวนสื่อก็รู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงของลิขิตฟ้าอยู่แล้ว ข้าจึงทิ้งเงาสะท้อนนี้ไว้… ข้ารู้ว่าในใจเจ้าต้องมีคำถามมากมาย เจ้าถามมาเถอะ ถึงยามนี้แล้ว ข้าก็จะไม่ปิดบังอะไรเจ้าอีก”อันชิงอวี๋มองดูหลิงเป่าเทียนจุนด้วยความเงียบงันอยู่นาน จากนั้นจึงค่อยๆ ถามขึ้นว่า“ผมกับประตูและกุญแจ… มีความเกี่ยวข้องอะไรกัน?”……“ท่านผู้บัญชาการ พวกเขามาแล้วครับ”ในห้องทำงาน จั่วชิงวางปากกาในมือลง “ให้พวกเขาเข้ามาเถอะ”ประตูห้องทำงานเปิดออก หลินชีเยี่ยกับเฉาเยวียนเดินเคียงกันเข้ามา เลขาฯถอยออกไปเองแล้วล็อกประตูไว้เมื่อเห็นใบหน้าจริงจังของคนทั้งสองตรงหน้า จั่วชิงก็ถอนหายใจอย่างจนปัญญา “พวกนายอยากถามอะไร?”“คุณรู้ว่าพวกเราจะมาเหรอครับ?”“พอฉันได้ยินข่าวว่าอันชิงอวี๋ถูกพ