ตอนสามทุ่มก็ได้ครับ”“ครับผม!”หลี่อี้เฟยสะพายกีตาร์ไว้ด้านหลัง กำลังจะหมุนตัวไปโรงอาหาร แต่จู่ๆ ก็เหลือบไปเห็นเงาสีขาวที่ฟางโม่และหลูเป่าโย่วกำลังพาเดินจากไปบนถนน ทำให้เขาชะงักไปชั่วครู่สายตาของเขาจับจ้องไปที่วิญญาณขาว ภาพของคนที่ร้องไห้อยู่ใต้ต้นเมเปิลในวันนั้นก็ปรากฏขึ้นในหัวอีกครั้งหัวใจของเขาเต้นแรง‘ถ้านายรู้สึกไม่สบายใจ ก็ไปช่วยเหลือเธอสักหน่อยสิ……พวกเธอล้วนเป็นวิญญาณเร่ร่อน หากสามารถทำให้ความโกรธและความคับข้องใจในใจคลายลงได้บ้าง ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี’ เสียงของหลินชีเยี่ยดังขึ้นในความทรงจำอีกครั้ง“เหลาหลี่ ไปกินข้าวกันเถอะ!” จางหยางที่ยืนอยู่ใต้เวที โบกมือเรียกเขาหลี่อี้เฟยมองไปยังเงาขาวที่ค่อยๆ หายลับไปตรงมุมถนน กัดฟันกรอด แล้วกระโดดลงมาจากเวที “นายไปกินก่อนเลย ฉันมีธุระนิดหน่อย!”หลี่อี้เฟยไม่สนใจคำตอบของจางหยาง สะพายกีตาร์แล้ววิ่งไปทางฟางโม่และคนอื่นๆ ร่างสองคนพร้อมเงาสีขาวปรากฏในสายตาอย่างรวดเร็ว“เดี๋ยวก่อน!” หลี่อี้เฟยวิ่งไปตรงหน้าพวกเขา แล้วตะโกนเรียกหลูเป่าโย่วหยุดเดิน จ้องมองหน้าหลี่อี้เฟยด้วยสีหน้าเย็นชาฟางโม่จำได้ “คุณนี่เอง คุณต้องการอะไร?”“พวกนายเป็นรุ่นน้องของชีเยี่ยใช่ไหม ฉันเป็นเพื่อนของเขา” หลี่อี้เฟยตบอกตัวเอง “ฉันอยากคุยกับวิญญาณเร่ร่อนเมื่อวาน”‘เพื่อนของครูฝึกหลิน?’หลูเป่าโย่วมองไปที่ฟางโม่ด้วยความสงสัย ฟางโม่สูดดมเบาๆ แล้วพยักหน้าให้เขาเล็กน้อย “มีกลิ่นของท