ไม่ได้โง่นี่ ซ่อมกีตาร์มันง่ายจะตาย”[อ้อ…]ขณะที่ทั้งสองสนทนากัน หลินชีเยี่ยก็เดินมาจากด้านหลังพวกเขา“ชีเยี่ย? นายก็มาดูหลี่อี้เฟยซ้อมการแสดงด้วยเหรอ?” อันชิงอวี๋กล่าวถามอย่างประหลาดใจ“ฉัน……” หลินชีเยี่ยพูดไปได้ครึ่งทาง ก็ค่อยๆ ยัดชอล์กใส่ในกระเป๋า จากนั้นจึงกล่าวต่อ “ใช่ ฉันก็มาดูการซ้อมของเขาเหมือนกัน”อันชิงอวี๋ยังคงเป็นผู้ป่วย และไม่รู้สถานการณ์ปัจจุบันในเมืองหลวง หลินชีเยี่ยจึงไม่บอกเขาว่ากำลังตามหาอะไรเพียงแค่พูดไปตามน้ำเท่านั้น[น่าเสียดาย เขาซ้อมเสร็จแล้ว ต้องรอการแสดงจริงอีกสามชั่วโมง] เจียงเอ่อร์กล่าวอย่างจนใจ“เหลืออีกสามชั่วโมงเองเหรอ……” หลินชีเยี่ยดูเวลา แล้วพยักหน้าเล็กน้อย “งั้น ฉันจะเดินดูรอบๆ มหา’ ลัยก่อน เดี๋ยวพอเริ่มงานแล้วจะกลับมาหาพวกนาย”ร่างของหลินชีเยี่ยค่อยๆ ห่างออกไป อันชิงอวี๋ที่นั่งอยู่บนรถเข็น มองภาพนี้อย่างเงียบๆ“เจียงเอ่อร์”“หือ?”“พวกเธอกำลังปกปิดอะไรฉันอยู่ใช่ไหม?”เจียงเอ่อร์ตกใจ [หมายความว่ายังไง?]“สองวันนี้ไม่เห็นชีเยี่ยเลย บอกว่าไปช่วยเฉินหานจัดการงานเอกสาร……เขาเป็นคนที่แม้แต่การล้างจานก็ยังต้องคิดแผนเล็กๆ น้อยๆ กับเฉาเยวียน จะไปช่วยงานเอกสารที่น่าเบื่อของเฉินหานได้ยังไง? ทั้งยังเป็นสองวันติดต่อกันอีก ถึงเขาจะเป็นหัวหน้าหน่วยของเรา แต่ในส่วนของงานเอกสารนั้นไม่ถนัดเลย เฉินหานจะไปเรียกเขามาทำได้ยังไง?”อันชิงอวี๋หยุดคิดครู่หนึ่ง แล้วพูดต่อ “เฉาเยวียนก็เห