ประหลาดใจปกติแล้ว หลู่เมิ่งเหล่ยมักจะบ่นว่าการแต่งหน้าเป็นเรื่องยุ่งยาก และคิดว่าเวลานั้นน่าจะใช้ในการวิ่งรอบสนามเพิ่มอีกสองรอบในตอนเช้าดีกว่า หากไม่ใช่โอกาสที่จำเป็นต้องแต่งหน้า เธอแทบไม่เคยแต่งหน้าเลยหลู่เมิ่งเหล่ยชะงักมือที่ถือดาบไม้ แล้วจ้องพวกเขาด้วยสายตาดุดัน “ทำไมต้องถามมากด้วย ฉันแต่งหน้าแล้วแปลกหรือไง? เดี๋ยวฉันจะเรียกใครสักคนมาฝึกดาบกับฉันแน่!”ได้ยินประโยคนี้ สีหน้าของทุกคนพลันเคร่งเครียด จึงรีบไปเปลี่ยนชุดเคนโดอย่างว่าง่ายหลู่เมิ่งเหล่ยมองนาฬิกาบนผนัง แล้วมองไปที่ประตูสนามฝึกซ้อม ราวกับว่ากำลังรอใครบางคนหลังจากนั้นไม่กี่นาที ร่างหนึ่งสะพายกระเป๋าเดินเข้ามาในสนามฝึกซ้อมหลู่เมิ่งเหล่ยเห็นเขาแล้ว สายตาดูลังเล ก่อนจะวางดาบไม้ลงแล้วเอ่ยขึ้นก่อน“อรุณสวัสดิ์ รุ่นน้องเฉาเยวียน”“อรุณสวัสดิ์ครับ” เฉาเยวียนพยักหน้าเล็กน้อย“ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน แล้วเราค่อยฝึกซ้อมด้วยกัน”“ตกลง”เฉาเยวียนกล่าวทักทายหลู่เมิ่งเหล่ยอย่างง่ายๆ สีหน้าไม่แสดงอาการใดๆ ราวกับเหตุการณ์เมื่อคืนเป็นเพียงความฝัน……ท่าทีที่ไม่เย็นชาและไม่อบอุ่นนี้ทำให้หลู่เมิ่งเหล่ยที่ระงับความคิดเอาไว้แล้วกลับมีความคิดวนเวียนอีกครั้ง‘ทำไมเขาถึงเย็นชากับฉันขนาดนี้ เมื่อคืนเขาไม่เป็นแบบนี้เลย……เป็นไปได้ไหมว่าการกระทำของฉันเมื่อคืนจะเกินเลย หรือเขาไม่ได้คิดอะไรเลย?’ความคิดสับสนวุ่นวายผุดขึ้นในสมองของหลู่เมิ่งเหล่ย มองตามร่างของเฉาเยว