ียนที่ค่อยๆ ห่างออกไป เธอมองค้างอยู่กับที่ ไม่รู้สาเหตุ แต่รู้สึกถึงความรู้สึกที่บรรยายยากอย่างหนึ่งขณะที่เฉาเยวียนกำลังจะเดินเข้าห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นอย่างเร่งด่วน“ฮัลโหล?”“……”“อะไรนะ?” สายตาของเฉาเยวียนพลันแข็งกร้าว “เข้าใจแล้ว ฉันจะไปเดี๋ยวนี้!”เฉาเยวียนไม่พูดพร่ำทำเพลง โยนกระเป๋าทิ้งบนพื้นสนามฝึก แล้วหมุนตัวพุ่งออกไปที่ประตูใหญ่“รุ่นน้องเฉาเยวียน! นายจะไปไหน?” หลู่เมิ่งเหล่ยเห็นสีหน้าของเฉาเยวียนเปลี่ยนไปทันที จึงรีบถาม“มีเรื่องสำคัญต้องไปจัดการ……ขอโทษนะ รุ่นพี่ วันนี้ผมฝึกซ้อมกับคุณไม่ได้แล้ว”เฉาเยวียนอธิบายให้หลู่เมิ่งเหล่ยอย่างสั้นๆ แล้วรีบวิ่งออกจากประตูสนามฝึกทันที หลู่เมิ่งเหล่ยยืนนิ่งอยู่กับที่ ในสมองมีเพียงแค่ภาพแห่งสีหน้าที่เต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวและดุดันของเฉาเยวียนตอนหันหลังกลับ“รุ่นพี่ ทำไมรุ่นน้องคนใหม่ถึงไปแล้ว รุ่นพี่ไปรังแกเขาอีกแล้วเหรอ?” สมาชิกคนหนึ่งเดินเข้ามาจากข้างนอกถามด้วยความสงสัยหลู่เมิ่งเหล่ยมองตามหลังเขาที่จากไป รู้สึกว่าใจว่างเปล่า แล้วก็สำนึกตัว พูดออกมาด้วยความอับอายและโกรธเคือง“ใครจะไปรังแกเขาล่ะ! เขา……น่าจะมีเรื่องสำคัญ ช่างเถอะ เรามาฝึกซ้อมต่อกันเถอะ!”……[สี่ตัว?!]เสียงของเฉินหานทางโทรศัพท์เต็มไปด้วยความตกใจ“ใช่ครับ” หลินชีเยี่ยบินอยู่เหนือเขตเมืองหลวง เอ่ยอย่างหนักแน่น “และครั้งนี้ตำแหน่งของพวกมันกระจายออกไป ใกล้ใจกลางเมืองมา