“เป็นอะไรไป?”เฉาเยวียนตามมาด้านหลัง เห็นหลู่เมิ่งเหล่ยมีสีหน้าแปลกๆ จึงถามขึ้นมา“นี่คือตึกเรียนหมายเลข 5……นายไม่เคยได้ยินตำนานเกี่ยวกับที่นี่เหรอ?”“ตำนาน?”หลู่เมิ่งเหล่ยเล่าตำนานของห้อง 609 ให้ฟัง ยิ่งเล่าใบหน้าของเธอก็ยิ่งซีดขาว เธอมองไปรอบๆ รู้สึกหนาวสั่นไปทั้งตัวบางครั้งคนเล่าเรื่องผี กลับจมดิ่งในเรื่องราวมากกว่าคนฟัง แม้กระทั่งตอนนี้ เธอรู้สึกว่าบริเวณรอบข้างเย็นเยียบน่าขนพองสยองเฉาเยวียนมองตึกอย่างสงสัย “เป็นแค่เรื่องหลอนๆ ไม่ต้องเชื่อหรอก ผมจะไปกับคุณเอง”“จะไปจริงๆ เหรอ……” หลู่เมิ่งเหล่ยลังเลใจ “แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องจริงนะ นักศึกษามหาวิทยาลัยซ่างจิงเกือบทุกคนรู้ ตึกเรียนหลังนี้ตอนกลางคืนเป็นเขตหวงห้าม”“หวงห้าม? ผมจะดูว่ามันหวงห้ามยังไง”เฉาเยวียนยิ้มน้อยๆ ก้าวเท้ามุ่งหน้าไปยังประตูอาคารเรียนที่มืดมิด เงาหลังใต้ไฟถนนดูราวกับยักษ์ใหญ่หลู่เมิ่งเหล่ยเห็นดังนั้นก็กัดฟัน ตามหลังเฉาเยวียนอย่างใกล้ชิดถึงแม้อาคารเรียนหลังนี้มีเพียงหกชั้น แต่กินพื้นที่กว้างขวาง เฉาเยวียนเดินเข้าไปในโถงชั้นหนึ่งที่ว่างเปล่า เงยหน้าขึ้นมอง ทางเดินแต่ละชั้นซ้อนกันขึ้นไป ดูเหมือนขุมนรกที่กลับหัวอยู่ในความมืด“เปิดไฟที่ไหน?” เฉาเยวียนถาม“ฉันจำได้ว่า… น่าจะอยู่ตรงมุมนั้น”หลู่เมิ่งเหล่ยตามหลังเฉาเยวียนอย่างใกล้ชิด มองดูภายในอาคารเรียนที่มืดมิดและเงียบสงัด ภาพที่เพิ่งจินตนาการผุดขึ้นในสมองอีกครั้ง มือเริ่มเหงื่