หลังจากที่เฉาเยวียนหลบดาบได้หกเจ็ดครั้งติดต่อกัน หลู่เมิ่งเหล่ยก็เริ่มรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติหลู่เมิ่งเหล่ยเริ่มเรียนเคนโดได้ไม่กี่ปี แต่ในบรรดาคนรุ่นเดียวกัน มีไม่กี่คนที่หลบการโจมตีของเธอได้ ยิ่งไปกว่านั้น ยังสามารถหลบดาบได้หลายครั้ง เมื่อเห็นเฉาเยวียนที่ดูสงบนิ่งเช่นนี้ หลู่เมิ่งเหล่ยก็รู้สึกสั่นสะเทือนใจอย่างยิ่ง!ฝีมือของหมอนี่ดีขนาดนี้เลยเหรอ?เขาเป็นใครกัน!!?ขณะที่หลู่เมิ่งเหล่ยกำลังพลั้งเผลอ เฉาเยวียนที่กำลังถอยหลังอยู่ก็ก้าวไปข้างหน้าครึ่งก้าว แล้วตีที่ข้อมือของหลู่เมิ่งเหล่ยด้วยมือหลัง จากนั้นก็ตีที่แขนเล็กๆ ของเธอด้วยกิ่งไม้ ทำให้ดาบไม้ไผ่หลุดออกจากมือทันทีหวืด!กิ่งไม้เรียวยาวพุ่งผ่านอากาศราวกับสายฟ้า ส่งเสียงหวีดแหลม แล้วหยุดลงข้างคอขาวซีดของหลู่เมิ่งเหล่ย ใบหน้าของเธอซีดขาวราวกับกระดาษเฉาเยวียนจับกิ่งไม้ พร้อมยกยิ้มเล็กน้อย “คุณแพ้แล้ว รุ่นพี่”หลู่เมิ่งเหล่ยยังไม่ทันได้สติจากการโจมตีอันรวดเร็วนั้น เธอมองชายคนนี้ด้วยสายตาเลื่อนลอย และถอยหลังไปสองสามก้าว มองดาบไม้ที่หลุดออกจากมือด้วยความไม่อยากเชื่อ“นาย……นายทำได้ยังไง? นายเป็นใครกันแน่?”“ผมบอกแล้วไง ผมเป็นนักศึกษาใหม่สาขาปรัชญา……”“ฉันไม่ได้หมายถึงแบบนั้น!” ดวงตาของหลู่เมิ่งเหล่ยสุกใสยิ่งนัก เธอมองไปที่เฉาเยวียนราวกับกำลังมองของล้ำค่า เธอวิ่งเข้าไปหาแล้วคว้ามือเขาไว้ พลางตรวจดูอย่างละเอียด “นายเคยเรียนดาบใช่มั้ย? มือของน