สายลมฤดูใบไม้ร่วงพัดโชย ใบเมเปิลสีทองหล่นจากกิ่งก้านในลานบ้าน แล้วร่วงลงมาประดับบนกระดานหมากที่วางอยู่บนโต๊ะหินอันชิงอวี๋หยิบหมากดำเม็ดหนึ่งขึ้นมา ขมวดคิ้วมองดูหมากขาวดำที่วางสลับกันบนกระดาน เหงื่อไหลจากขมับราวกับกำลังพยายามครุ่นคิดอะไรบางอย่างเจียงเอ่อร์ลอยอยู่อีกด้านของโต๊ะหิน เห็นท่าทางของอันชิงอวี๋แล้วรู้สึกเป็นห่วง จึงเอ่ยขึ้นว่า[ชิงอวี๋……พักสักหน่อยไหม?]“ไม่เป็นไร” อันชิงอวี๋ส่ายหน้า เขามองหมากในมืออย่างลังเลอยู่กลางอากาศครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ วางลงบนกระดานเจียงเอ่อร์ถอนหายใจ หมากขาวเม็ดหนึ่งลอยออกมาจากถ้วยใส่หมากเองโดยอัตโนมัติ แล้ววางลงข้างๆ หมากดำอันชิงอวี๋จมอยู่ในภวังค์ความคิดอีกครั้งในตอนนั้นเอง ประตูลานถูกผลักเปิดออก หลินชีเยี่ยและหลี่อี้เฟยเดินเข้ามาในลาน เมื่อเห็นอันชิงอวี๋กำลังเดินหมากกับเจียงเอ่อร์อยู่ใต้ต้นไม้ ต่างก็ชะงักไปหลินชีเยี่ยขมวดคิ้วทันที เขารีบเดินเข้าไปหา “นายเพิ่งพักไม่กี่วันเอง……ทำไมถึงเริ่มอีกแล้วล่ะ?”“แค่เล่นหมากเท่านั้น จริงๆ แล้วมันไม่ได้หนักสมองขนาดนั้นหรอก” อันชิงอวี๋ฝืนยิ้มที่มุมปาก “นายรู้ไหมชีเยี่ยฉันค้นพบกฎเกณฑ์บางอย่างแล้ว……”“กฎเกณฑ์อะไร?”“ไม่ใช่ว่าฉันใช้ผนึกต้องห้ามไม่ได้ แต่หลังจากใช้แล้ว สมองของฉันไม่สามารถประมวลผลภาระที่เกิดขึ้นจากผนึกต้องห้ามได้……ถ้าอยากจะรักษาให้หายขาดจริงๆ ไม่ควรคิดที่จะพัฒนาอย่างก้าวกระโดด แต่ต้องเริ่มจากการฝึกฝนพื้นฐ