ไร” หลินชีเยี่ยเห็นเจียงเอ่อร์กังวล จึงปลอบใจ“ใช่ ยังไงการที่ฟื้นขึ้นมาได้ก็ดีที่สุดแล้ว” เฉาเยวียนเสริมเจียงเอ่อร์ตอบรับเบาๆ [ฉันรู้… ไม่ว่าเขาจะเป็นยังไง ฉันก็จะดูแลเขาให้ดี]หลินชีเยี่ยกับเฉาเยวียนสบตากัน แล้วยิ้มพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมายทั้งสามคนรออยู่ในระเบียงประมาณยี่สิบกว่านาที ร่างในเสื้อกาวน์ขาวก็เปิดประตูออกมา หลินชีเยี่ยจำอีกฝ่ายได้เขาคือรองหัวหน้าฝ่ายสนับสนุนของเมืองหลวง และเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ระดับแนวหน้าของหน่วยพิทักษ์ราตรี“คุณหมอเจิ้ง เป็นยังไงบ้างครับ?” หลินชีเยี่ยถามหมอเจิ้งอ้าปาก ทำท่าลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่สุดท้ายก็ทำท่าทางเชิญ“เข้ามาคุยกันข้างในเถอะ”พวกหลินชีเยี่ยเดินเข้าไปในห้องตรวจ หมอเจิ้งหยิบฟิล์มเอกซเรย์หลายแผ่นจากโต๊ะขึ้นมา แล้ววางเรียงต่อหน้าทุกคน“พวกเราได้ตรวจสอบอย่างละเอียดแล้ว ขาของรองหัวหน้าอันไม่มีปัญหาอะไรเลย”“ไม่มีปัญหา? แล้วทำไมเขาถึง……”“สาเหตุที่เขาไม่สามารถควบคุมขาทั้งสองข้างได้ น่าจะเป็นเพราะจิตวิญญาณของเขามีปัญหา” หมอเจิ้งพูดอย่างจริงจัง “พวกเราเพิ่งใช้ผนึกต้องห้ามตรวจสอบจิตวิญญาณของเขา… แต่แปลกมาก พวกเราไม่สามารถรับรู้ภาพรวมของจิตวิญญาณเขาได้ จิตวิญญาณของเขา… ดูเหมือนจะแตกต่างจากคนปกติ”“เรื่องนี้ผมเคยได้ยินเทียนจุนพูดถึง” หลินชีเยี่ยพยักหน้าเล็กน้อย“พวกเราไม่สามารถวิเคราะห์จิตวิญญาณของเขาได้อย่างสมบูรณ์ จึงไม่สามารถระบุได้ว่าปัญหาอยู่ตรง