สึกว่าอาการของเขาดีขึ้นนะ” เฉาเยวียนที่ยืนอยู่ข้างๆ หลินชีเยี่ยกล่าวอย่างไม่แน่ใจ“อืม ดีขึ้นจริงๆ” หลินชีเยี่ยคลี่ยิ้มเล็กน้อย “ดูเหมือนการเปลี่ยนสถานที่จะได้ผลดี……”“แล้วมื้อเที่ยงวันนี้ล่ะ จะสั่งเดลิเวอรีเหรอ?”“พวกนายจัดการกันเองแล้วกัน ฉันต้องไปที่ฐานของหน่วย 006 อีกรอบ”เฉาเยวียนแย้งเบาๆ “ไปขอกินข้าวฟรีบ่อยๆ จะดีเหรอ”หลินชีเยี่ยตอบช้าๆ ว่า “คราวนี้ไม่ได้ไปขอข้าวฟรี วันนี้หน่วย 006 น่าจะครึกครื้นพอสมควร……”ในขณะเดียวกันภายในเรือนสี่ประสานเคร้ง!ตะเกียบคู่หนึ่งตกลงบนพื้น ฟางโม่เบิกตาค้าง มองหลูเป่าโย่วที่ถือสัมภาระเดินเข้ามาจากประตู ทั้งตัวแข็งทื่ออยู่กับที่“ไม่มีทาง……เมื่อคืนฉันนอนหลับสนิท จะมีภาพหลอนได้ยังไง” ฟางโม่ขยี้ตาแล้วกะพริบตาแรงๆ สองสามที เมื่อมองอีกครั้งก็เห็นดวงตาขาวเย็นชาจ้องมองเขาอยู่“หลูเป่าโย่ว?!” หลี่เจินเจินอุทานออกมาด้วยความตกใจ “นายไม่ได้อยู่ที่หวยไห่หรอกเหรอ? ทำไมถึงมาอยู่ที่เมืองหลวงได้?”หลูเป่าโย่วอ้าปาก เหมือนกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง แต่เสียงหนึ่งกลับดังมาจากด้านหลังเสียก่อน“ผู้บัญชาการจั่วส่งเขามาน่ะ” หลินชีเยี่ยยิ้มแล้วตบไหล่หลูเป่าโย่ว “ขอแนะนำหน่อย นี่คือรองหัวหน้าชั่วคราวของหน่วยรบพิเศษสำรอง หลูเป่าโย่ว”เมื่อได้ยินคำว่ารองหัวหน้า มุมปากของหลูเป่าโย่วพลันกระตุกทันที สีหน้าดูไม่พอใจมากขึ้นฟางโม่และหลี่เจินเจินตกตะลึงครู่หนึ่ง ก่อนจะเข้าใจความหมายที่ซ่อนอยู่ใน