ฝนในฤดูใบไม้ร่วงโปรยปรายเบาๆภายใต้ท้องฟ้าที่มืดครึ้ม ร่างหนึ่งกำลังนั่งอยู่บนพื้นดินที่เฉอะแฉะ บรรดาป้ายหินสีขาวซีดราวกับป่าไม้ที่โอบล้อมพวกเขาอยู่ ฝนปรอยๆ ตกลงบนใบไม้แห้งที่ร่วงหล่นอยู่เต็มพื้น ส่งเสียงดังอื้ออึงสุสานของหน่วยพิทักษ์ราตรีในเมืองหลวงใหญ่กว่าของเมืองชางหนานมาก ไม่ใช่เพราะหน่วยพิทักษ์ราตรีในเมืองหลวงมีสถานะสูงส่งกว่า แต่เพียงเพราะที่นี่มีหลุมศพมากกว่าของเมืองชางหนานถึงสามเท่า หากไม่ทำสุสานให้ใหญ่ขึ้นจะไม่สามารถรองรับป้ายหลุมศพเหล่านี้ได้หลินชีเยี่ยยืนอยู่หน้าสุสาน มองไปยังร่างที่กำลังสั่นเทาขณะสลักป้ายหลุมศพอยู่ภายในนั้น ด้วยสีหน้าที่ซับซ้อน“นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันเห็นเขาร้องไห้แบบนี้”“ฟางโม่เป็นคนที่มีอารมณ์อ่อนไหว แม้จะอยู่กับพวกเขาไม่นาน แต่ความรู้สึกที่เขามีต่อหน่วย 006 ไม่น้อยไปกว่าเจินเจินเลย” เฉินหานถอนหายใจ“แล้วเจินเจินเป็นอย่างไรบ้าง?”“ยังไม่ฟื้น สวีเหลียวดูแลเธออยู่”พวกเขาเห็นด้วยตาตนเองว่าหลี่เจินเจินร้องไห้เป็นลมข้างหน้าโลงศพห้าใบ แม้หลินชีเยี่ยและคนอื่นๆ จะพยายามปลอบประโลม แต่ก็ไร้ผลหลี่เจินเจินเติบโตมากับสมาชิกหน่วย 006 ตั้งแต่เล็ก เธอเห็นพวกเขาเป็นเหมือนคนในครอบครัว เมื่อเห็นพวกเขาต้องมานอนอยู่ในโลงศพเย็นๆ ก็ไม่สามารถทนรับความสูญเสียเช่นนี้ได้หลินชีเยี่ยพยักหน้าเล็กน้อย มองไปยังเงาที่กำลังสลักป้ายหลุมศพที่สุสาน ไม่ได้พูดอะไรอีกวันนี้ร่างของทหารหน่วยพิทักษ