ท่ามกลางความเงียบสงัดอันกว้างใหญ่ หลินชีเยี่ยค่อยๆ ลืมตาขึ้นความวิงเวียนที่ไม่เคยประสบมาก่อนปกคลุมจิตใจ เขาควบคุมตัวเองไม่ได้จึงก้มลงอาเจียน ความรู้สึกนี้ราวกับนั่งรถไฟเหาะหลายร้อยรอบในสวนสนุก โดยไม่มีการพักเลยแม้แต่น้อย สติสัมปชัญญะทั้งหมดของเขาสับสนปนเปมือหนึ่งแตะที่หลังเบาๆ พร้อมกับเสียงอ่อนโยนดังขึ้นข้างกาย“พี่ชิจิยะ เป็นอะไรหรือเปล่า?”สติของหลินชีเยี่ยค่อยๆ กลับคืนมา เขาสะบัดหัวเพื่อเรียกสติ หันไปมองเห็นยูริ ทากิชิโระกำลังนั่งยองอยู่ข้างๆดวงตาที่คล้ายดวงดาวรูปกากบาทเต็มไปด้วยความกังวล“ฉันไม่เป็นอะไร……”หลินชีเยี่ยสูดหายใจ มองไปรอบๆ สายตาเห็นแต่สีเทาไร้ขอบเขต ราวกับรังไหมรอบตัวเขา หรือราวกับอวกาศสีเทากว้างใหญ่ไพศาล ตาเปล่าไม่สามารถแยกแยะ ‘ระยะทาง’ ได้เลย มีเพียงความเงียบสงัดไร้ขอบเขตปกคลุมไปทั่ว“ที่นี่คือที่ไหน?”ยูริ ทากิชิโระส่ายหน้า “ผมก็ไม่แน่ใจ หลิงเป่าเทียนจุนบอกว่าที่นี่คือช่องว่างของปริภูมิเวลา และเป็นซากปรักหักพังของประวัติศาสตร์”“หลิงเป่าเทียนจุน……”หลินชีเยี่ยกระซิบเรียกชื่อนี้ ค่อยๆ รู้สึกตัวขึ้น “คนอื่นๆ ล่ะ?”“พวกเขากระจายกันออกไปเพื่อหาทางออก” ยูริ ทากิชิโระกล่าว “แต่คุณตื่นช้ากว่าปกติ เทียนจุนให้ผมคอยดูแลคุณ เพื่อป้องกันไม่ให้คุณเดินออกไปเรื่อยเปื่อย……ที่นี่ หากหลงทางกัน แทบจะหาตัวไม่เจอเลย”“ถ้าที่นี่อันตรายขนาดนั้น ทำไมทุกคนถึงได้แยกย้ายกันไปเล่า?”“ไม่เป็นไร”ยูริ ท