“พวกเราไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว ใช่ไหม?”เฉาเยวียนมองเห็นความลังเลในดวงตาของอันชิงอวี๋ดาวเคราะห์น้อยจากห้วงอวกาศกำลังเคลื่อนที่เข้าใกล้อย่างต่อเนื่อง ย้อมท้องฟ้าทั้งผืนให้กลายเป็นสีแดงเพลิงลมพายุพัดฝุ่นที่ล่องลอยอยู่รอบๆ กระจายไป ดวงตาของเฉาเยวียนสงบนิ่งอันชิงอวี๋อ้าปากค้าง ราวกับอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่กลับไม่สามารถเอ่ยอะไรออกมาได้“เหมือนตอนที่อยู่ในหมู่บ้านชาวประมง……ลงมือเถอะ รองหัวหน้าอัน” เฉาเยวียนค่อยๆ เดินมาหยุดตรงหน้าอันชิงอวี๋ คว้ามือของอีกฝ่าย วางลงบนด้ามดาบของตนเอง สีหน้าของเขาจริงจังอย่างยิ่ง “นี่เป็นการตัดสินใจของฉันเอง”ลมพายุพัดเสื้อคลุมสีแดงเข้มของทั้งสองปลิวสะบัด อันชิงอวี๋เหม่อมองดวงตาของเฉาเยวียน แม้จะเป็นคนที่มีไหวพริบเฉียบแหลม แต่ในตอนนี้สมองของเขากลับว่างเปล่าขณะที่เฉาเยวียนกุมมือของอันชิงอวี๋ ดาบที่อยู่ในอ้อมกอดของเขาค่อยๆ ถูกชักออกจากฝัก…………แอ๊ดภายใต้ท้องฟ้าสีแดง ประตูห้องที่ปิดสนิทค่อยๆ เปิดออกจากระเบียงทางเดินที่ไร้ผู้คนร่างที่สวมเสื้อคลุมสีแดงเข้มก้าวออกมาจากห้อง เงยหน้ามองดาวเคราะห์น้อยสามดวงที่กำลังจะตกลงมา ชายเสื้อคลุมพลิ้วไหว ดวงตานิ่งสงบดั่งผืนน้ำแต่เมื่อเขาเหลียวมอง ก็พบชามโจ๊กที่เย็นชืดและเครื่องรางไม้จันทน์ที่คุ้นเคยข้างประตู ระลอกคลื่นบางๆ ก็ปรากฏในดวงตาของเขาเขานิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะก้มลงหยิบเครื่องรางไม้จันทน์ขึ้นมาเครื่องรางไม้จันทน์ชิ้นนี้มีข