แต่ปัญหาอยู่ที่ซุส……” ซือเสี่ยวหนานขมวดคิ้วแน่นเธอส่ายหน้าแล้วพูดอย่างสงบ “เรื่องนี้ ฉันก็ไม่ได้หวังอะไรกับพวกขี้ขลาดตาขาวพวกนั้นหรอก……ฉันจะไปต้าเซี่ยสักหน่อย นายกลับไปบอกเทพที่ซ่อนตัวคนอื่นๆ ว่า ในช่วงที่ฉันไม่อยู่ ให้อยู่ในหมอกอย่างสงบ”เมื่อซือเสี่ยวหนานพูดจบ ร่างของเขาก็กลายเป็นลำแสงพุ่งตามเหล่าเทพแห่งโอลิมปัส หายลับไปบนท้องฟ้า……ที่ด่านเฉินหนานยามค่ำคืนเริ่มมืดลง เงาร่างบนลานกว้างค่อยๆ จางหายไป นอกจากคนจำนวนน้อยที่ยังต้องเฝ้าระวังด่านตามหน้าที่แล้ว คนอื่นๆ ต่างกลับห้องพักผ่อนกันหมดแล้วหลังจากหลินชีเยี่ยกล่าวลาหน่วยพิทักษ์ราตรีแล้ว เขาก็ไม่ได้กลับห้องพัก แต่กลับไปยังกำแพงด้านนอกที่พังทลาย ยืนเหม่อมองไปยังที่ไกลๆจากการงีบหลับในช่วงบ่าย หลินชีเยี่ยฟื้นตัวเกือบเต็มที่แล้ว ไม่ได้เหนื่อยมากนัก และในฐานะที่เป็นหนึ่งในคนส่วนน้อยในด่านที่รู้ว่าสงครามยังไม่จบ ถ้าบอกว่าตอนนี้ไม่กังวลเลย นั่นคงเป็นเรื่องโกหกไม่มีใครรู้ว่าเหล่าเทพแห่งโอลิมปัสจะปรากฏตัวที่ไหน เมื่อไหร่ ในเมื่อเขานอนไม่หลับ การออกมาเฝ้าระวังข้างนอกก็ไม่เลวเหมือนกัน……ที่สำคัญที่สุดคือ ในใจเขายังมีความกังวลอีกเรื่องร่างของหลินชีเยี่ยกลายเป็นเงาในรัตติกาล พุ่งออกไปนอกกำแพงด่านเฉินหนานอย่างรวดเร็ว มุ่งหน้าไปหาเงาเทพแห่งต้าเซี่ยที่ประจำการอยู่ชายแดนแม้ว่าด่านเฉินหนานจะตั้งอยู่ที่ชายแดนต้าเซี่ย แต่ก็ยังห่างจากกำแพงหมอกอยู่พอสมควร ห