ผ่านไปครู่หนึ่ง ก็หมุนตัวเดินจากไป……เมื่อหลินชีเยี่ยกลับมาที่จัตุรัส ทุกคนก็ทานอาหารเสร็จเกือบหมดแล้ว“เป็นยังไงบ้าง? เขาดีขึ้นหรือยัง?” อันชิงอวี๋เห็นหลินชีเยี่ยกลับมาก็เอ่ยถามขึ้น“น่าจะดีขึ้นแล้วล่ะ……ถามคำถามแปลกๆ บางทีอาจจะอารมณ์ไม่ดี” หลินชีเยี่ยถอนหายใจ “แต่ก็นานๆ ทีถึงจะเห็นเขาทำหน้าแบบนั้น……”“ตอนที่พวกนายเดินออกไป มีผู้หญิงมาอีกสองกลุ่ม พวกเธอก็มาขอเบอร์ติดต่อเขาเหมือนกัน……ถ้าเขารู้เรื่องนี้จะดีใจขึ้นบ้างไหมนะ?” หงอิงคิดอยู่สักพัก แล้วล้วงกระดาษหลายแผ่นออกมาจากอก ก่อนจะยื่นให้หลินชีเยี่ย “ฉันช่วยเก็บกระดาษจากผู้หญิงพวกนั้นไว้ให้เขา ถ้ามีเวลาก็ช่วยเอาไปให้เขาด้วยนะ”หลินชีเยี่ยมองกระดาษในมือแล้วยิ้มขมขื่น “งั้นผมขอขอบคุณแทนเขานะครับ พี่หงอิง”ขณะที่ทุกคนกำลังคุยกันอยู่นั้น มีเงาร่างหนึ่งค่อยๆ เดินมาจากที่ไกลๆ เมื่อเธอเข้ามาใกล้ กลิ่นหอมอ่อนๆ ก็โชยผ่านใบหน้าของทุกคน เป็นกลิ่นที่ให้ความรู้สึกสดชื่นหลินชีเยี่ยหันไปมอง เห็นมอลลี่กำลังเม้มริมฝีปากยืนอยู่ไม่ไกล สวมเสื้อคลุมสีแดงเข้มตัวเดิม ไม่ต่างจากตอนกลางวัน แต่ดูเหมือนเธอจะแต่งหน้าแต่งตัวมาอย่างพิถีพิถัน ทำให้ดูงดงามขึ้นอีกหลายส่วน กลิ่นคาวเลือดบนตัวถูกกลิ่นหอมกลบไปหมดแล้ว“มอลลี่! มาแล้วเหรอ? มานั่งกินอะไรหน่อยเร็ว!”หงอิงเห็นมอลลี่มาก็รีบเอาเก้าอี้ตัวเตี้ยข้างตัวออกมา พูดอย่างยินดี“……ขอบคุณ” มอลลี่ทัดผมไปข้างหลังหู มองไปรอบๆ แล้วถา