มายอะไรกับโลกใบนี้ เพราะไม่ว่าจะขาดใครไป มันก็ยังคงหมุนต่อไป……แต่ทำไมเราต้องใช้มาตรฐานของโลกมาวัดคุณค่าของพวกเราด้วย? การมีตัวตนของใครสักคนเป็นสิ่งที่ไม่มีใครทดแทนได้ ถึงไม่มีไป๋หลี่พั่งพั่ง โลกก็อาจจะหมุนต่อไปได้ แต่หน่วยม่านราตรีทำไม่ได้……ไม่ต้องพูดถึงอย่างอื่น ถ้าไม่มีนาย พวกเราจะนั่งกินหม้อไฟตรงนี้ได้ยังไง? ถ้าไม่มีนาย จะมีสมาชิกหน่วยพิทักษ์ราตรีอีกกี่คนที่ต้องเสียสละในสงครามครั้งนี้? คนที่ยืนอยู่บนพื้นโลกอาจจะไม่สังเกตเห็นการหายไปของดวงดาว แต่ท้องฟ้ายามราตรีจะจดจำมันไว้”ไป๋หลี่พั่งพั่งยืนนิ่งอยู่กับที่ เงียบไปนานราวกับรูปปั้น ก่อนจะยิ้มอย่างจนใจ ดูเหมือนจะรู้สึกสบายใจขึ้นมาก“พอนายพูดแบบนี้ ก็ดูเหมือนจะเป็นเหตุผลที่ถูกต้อง……”“อย่าคิดมากไปเลย ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น นายก็ยังเป็นไป๋หลี่พั่งพั่งของหน่วยม่านราตรีเสมอ” หลินชีเยี่ยตบบ่าเขา “วันนี้นายเหนื่อยมากแล้ว กลับไปพักผ่อนให้เต็มที่ คืนนี้พวกเราจะเฝ้ายามเอง”“อืม”ทั้งสองเดินผ่านถนนที่ไร้ผู้คน ไม่นานก็มาถึงหน้าห้องของไป๋หลี่พั่งพั่งไป๋หลี่พั่งพั่งเดินเข้าไปในห้องแล้วเปิดไฟ หันกลับมามองหลินชีเยี่ยที่ยืนอยู่ในระเบียงทางเดิน ใบหน้ายังคงมีร่องรอยของความมึนเมาหลงเหลืออยู่“แล้วเจอกัน ชีเยี่ย” เขาพูดเบาๆ“อืม เจอกันพรุ่งนี้” หลินชีเยี่ยโบกมือประตูห้องค่อยๆ ปิดลง แสงที่ลอดผ่านช่องประตูหายไป หลินชีเยี่ยยืนอยู่ในระเบียงทางเดินที่มืดสลัว หลังจาก