[คุณรู้สึกไหมว่าอารมณ์ของพั่งพั่งดูแปลกไป?]ในอีกห้องหนึ่ง เจียงเอ่อร์ลอยอยู่เหนือเตียง มือข้างหนึ่งเท้าคาง พูดออกมาอย่างครุ่นคิดใต้เตียง อันชิงอวี๋ถือเครื่องมือหลายชิ้น กำลังเคาะขอบโลงศพสีดำ ดูเหมือนกำลังถอดอะไรบางอย่างอยู่ เมื่อได้ยินประโยคนั้น เขาก็เงยหน้าขึ้น “จริงด้วย……แต่อาจเป็นเพราะเหนื่อยเกินไปมั้ง?”[ฉันว่าไม่ใช่นะ]“งั้นเธอคิดว่าเป็นเพราะอะไร?”[ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน…] เจียงเอ่อร์ขมวดคิ้วอย่างกลัดกลุ้ม [แต่ต้องมีเรื่องอะไรในใจแน่ๆ]อันชิงอวี๋เหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้ จึงเลิกคิ้วขึ้น “ฉันคิดว่าฉันรู้แล้ว……”[อะไรเหรอ?]“มอลลี่”เจียงเอ่อร์กะพริบตาปริบๆ [……ฉันเคยได้ยินพวกคุณพูดถึงเธอ เธอเป็นใครเหรอ?]เจียงเอ่อร์เข้าร่วมทีมเป็นคนสุดท้าย ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์ของเบลล์ แคลนเดอร์ หรือการต่อสู้กับตระกูลไป๋หลี่เธอก็ไม่ได้มีส่วนร่วม จึงไม่คุ้นเคยกับชื่อนี้“ก็คงเป็นรักแรกของพั่งพั่งล่ะนะ”เมื่อเจียงเอ่อร์ได้ยินประโยคนั้น หูทั้งสองข้างก็ตั้งชันขึ้นมา เธอลอยไปหาอันชิงอวี๋ด้วยความสนใจ [รักแรกเหรอ?เล่าให้ฟังหน่อยสิ!]“พวกเขาน่าจะรู้จักกันตั้งแต่สมัยเป็นทหารใหม่ที่ค่ายฝึกอบรมแล้วล่ะ แต่ตอนนั้นฉันไม่ได้อยู่ที่นั่น เลยไม่รู้รายละเอียด แต่หลังจากนั้นที่เมืองกว่างเซิน……”อันชิงอวี๋เล่าทุกอย่างที่ตัวเองรู้ให้ฟัง เจียงเอ่อร์อ้าปากค้างเล็กน้อย[วันฝนตก ชุดสีเหลือง รถเมล์ หน้ากากตือโป๊ยก่าย……ฟังดูเป็นเรื่องราวที