ื่อนตัวไปทางห้องบัญชาการใหญ่ หลินชีเยี่ยและคนอื่นๆ สบตากัน ต่างก็เห็นความหนักใจในแววตาของกันและกันแม้ว่าจั่วชิงจะไม่ได้พูดอะไร แต่สภาพของเหล่าเทพต้าเซี่ยในตอนนี้ก็เห็นได้ชัดว่าไม่ค่อยดี หากเหล่าเทพโอลิมปัสบุกมา เกรงว่าจะเป็นการต่อสู้ที่โหดร้ายยิ่งกว่าตอนรับมือกับมหาวิหารสวรรค์เสียอีก“ชีเยี่ย……พวกเราควรทำยังไงดี?” เฉาเยวียนมองเหล่าเทพที่บาดเจ็บนั่งขัดสมาธิอยู่บนกำแพง แล้วเอ่ยด้วยความกังวล “ไม่ต้องพูดถึงอย่างอื่นเลย ถ้าซุสมาเอง นั่นก็เป็นเทพสูงสุดอีกหนึ่ง ตอนนี้เทพสูงสุดสององค์ของต้าเซี่ยถูกเทพสูงสุดอินเดียรั้งตัวไว้ในอวกาศ ใครจะต้านเขาไหว?”หลินชีเยี่ยส่ายหน้า “การต่อสู้ในระดับนั้น พวกเราไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงได้แล้ว ตอนนี้ก็ใช้มังกรทองแห่งโชคชะตาหมดแล้วด้วย……นอกจากรอคอยพร้อมกับคนอื่นๆ ก็ไม่มีวิธีอื่นแล้ว หวังว่าทางเหล่าเทพต้าเซี่ยจะยังมีไม้ตายเหลืออยู่”ขณะที่พวกหลินชีเยี่ยพูดคุยกันไป พวกเขาก็ก้าวลงบันได ที่ด้านหลังสุดของทุกคน ไป๋หลี่พั่งพั่งเม้มริมฝีปากเล็กน้อย ขณะที่กำลังจะก้าวลงบันได เสียงแผ่วเบาก็ดังมาจากด้านข้างไป๋หลี่พั่งพั่งหันไปมอง เห็นหน้าต่างห้องฉุกเฉินมีรอยร้าวเล็กๆ ปรากฏขึ้นหลายรอย เงาสะท้อนของเขายืนอยู่ในกระจก ถูกลวดลายแตกร้าวตัดแบ่ง ราวกับแยกออกเป็นสองคนในความพร่าเลือนคนหนึ่งคือไป๋หลี่พั่งพั่งที่สวมเสื้อคลุมสีแดงเข้ม อีกคนสวมชุดนักพรต มองไม่เห็นใบหน้าชัดเจน แต่เขารู้สึก