ูดออกมา“งั้นผมจะพาฉีโม่ไปรักษาอาการบาดเจ็บก่อน เดี๋ยวเจอกันในด่าน” หลินชีเยี่ยพยักหน้า แบกเวินฉีโม่ไว้บนหลังแล้วพุ่งทะยานหายไปด้านหลังกำแพงด่านเฉินหนานเขาพาเวินฉีโม่ไปส่งที่ห้องรักษา พอเดินออกมาก็เห็นร่างคุ้นตายืนอยู่บนกำแพง ดูเหมือนกำลังค้นหาอะไรอยู่“พั่งพั่ง นายดูอะไรอยู่?”หลินชีเยี่ยเดินไปยืนข้างๆ แล้วมองตามสายตาของอีกฝ่าย สีหน้าดูแปลกไป“ไม่… ไม่ได้มองอะไร” ไป๋หลี่พั่งพั่งเบือนหน้าไปทางอื่น ชะงักชั่วครู่แล้วก็อดไม่ได้ที่จะถาม “เธอบาดเจ็บหนักไหม?”ไป๋หลี่พั่งพั่งไม่ได้ระบุว่า ‘เธอ’ ที่พูดถึงคือใคร แต่หลินชีเยี่ยก็รู้ดี“แค่แผลภายนอก ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง” หลินชีเยี่ยมองอีกฝ่ายอย่างสงสัย “ในเมื่อนายเป็นห่วงขนาดนี้ ทำไมไม่ไปดูด้วยตัวเองล่ะ? ตอนนี้ไม่เหมือนตอนอยู่ที่กว่างเซินแล้วนะ นายเป็นไป๋หลี่พั่งพั่งแห่งหน่วยม่านราตรี แทบไม่มีคู่ต่อสู้ในระดับต่ำกว่าเทพ แผลเป็นบนใบหน้าก็หายสนิทจากการแช่น้ำยาของพี่เชียงแล้ว… นายยังกลัวอะไรอยู่?”หลินชีเยี่ยจำได้อย่างชัดเจนว่า หลังจากจบเรื่องเบลล์ แคลนเดอร์ ไป๋หลี่พั่งพั่งก็เชิญมอลลี่ให้พบกันที่เมืองกว่างเซิน แต่หลังจากนั้นก็มีเรื่องของตระกูลไป๋หลี่เกิดขึ้น ไม่เพียงแค่เกือบเอาชีวิตอีกฝ่ายไป ยังทำให้หน้าตาเสียโฉม ทำให้ไป๋หลี่พั่งพั่งไม่กล้าไปพบมอลลี่หลายปีผ่านไป ตอนนี้ไป๋หลี่พั่งพั่งอยู่ในอนันต์ระดับสูงสุด แผลเป็นบนใบหน้าก็หายดีแล้ว ไม่ว่าจะมองจากมุมไหน