เขาก็มีคุณสมบัติพอที่จะยืนเคียงข้างมอลลี่“นาย……เปลี่ยนใจแล้วเหรอ?” หลินชีเยี่ยเอ่ยด้วยสีหน้าประหลาด“เปล่า” ไป๋หลี่พั่งพั่งรีบส่ายหน้า เผยอปากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่กลับไม่มีคำพูดใดหลุดออกมาหลินชีเยี่ยเห็นเช่นนั้นก็ไม่ซักไซ้อีก เพียงแต่เตือนว่า “เรื่องของพวกนายสองคน ก็ต้องให้พวกนายจัดการกันเอง……แต่ฉันคิดว่า ในเมื่อนายเป็นคนเริ่มเรื่องนี้ขึ้นมา ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องให้คำตอบกับเธอ และกับความสัมพันธ์ในอดีตของพวกนาย”ไป๋หลี่พั่งพั่งยืนนิ่ง ไม่เอ่ยคำใดระหว่างที่ทั้งสองคนกำลังคุยกัน อันชิงอวี๋ เจียงเอ่อร์ และเฉาเยวียนก็ทยอยมาถึง พวกเขาไม่มีบาดแผลอะไรเพียงแต่เหนื่อยล้าทั้งกายและจิตใจหลังจากผ่านศึกใหญ่มา“ชีเยี่ย มีบางอย่างไม่ชอบมาพากล” อันชิงอวี๋ดันแว่นพลางเอ่ยอย่างจริงจัง“เกิดอะไรขึ้น?”“ดูตรงนั้นสิ” อันชิงอวี๋ชี้ขึ้นไปบนท้องฟ้า เงาของเหล่าเทพต้าเซี่ยกำลังบินผ่านไปมา ราวกับกำลังระแวดระวังบางสิ่ง “พวกเราชนะแล้ว แต่เหล่าเทพต้าเซี่ยกลับไม่ได้ถอนกำลัง แต่แยกออกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มหนึ่งพักฟื้นอยู่เหนือด่านเฉินหนาน อีกกลุ่มยังคงวนเวียนอยู่แถวชายแดนต้าเซี่ย……”หลินชีเยี่ยเห็นดังนั้นก็ขมวดคิ้วเล็กน้อยในสงครามเทพที่เพิ่งผ่านมา เหล่าเทพอินเดียถูกโจมตีจนแตกกระเจิง รากฐานอาณาจักรเทพถูกทำลายไปแล้วและเทพเจ้าเกือบแปดสิบเปอร์เซ็นต์ก็ถูกสังหารในสนามรบ ถึงแม้จะมีกองกำลังที่เหลือรอดหนีกลับเข้าสู่หมอก ก็ไม่น่าจะถึงขั