“หัวหน้าเหมียว!”หลังจากที่สัตว์ร้ายขนาดมหึมาคล้ายวัวล้มลง ร่างที่ถือเคียวในฝูงสัตว์ร้ายก็ชะงักฝีเท้าเล็กน้อย ก่อนจะเซถอยหลังหงอิงตะโกนเสียงดัง รีบพุ่งตัวออกไปรับร่างของเหมียวซูไว้อย่างมั่นคง ปลายนิ้วที่สัมผัสผิวของเธอรู้สึกได้ถึงความเย็นเฉียบที่ค่อยๆ แผ่ซ่าน“หัวหน้าเหมียว!” หงอิงเขย่าร่างของเหมียวซูเบาๆ ดวงตาแดงก่ำ“หงอิง… ไม่ต้องสนใจฉัน” เหมียวซูใบหน้าซีดขาว มุมปากยังคงมีรอยยิ้มบางๆ เธอพูดเสียงแผ่วเบา “ภารกิจของฉัน… เสร็จสิ้นแล้ว… ต่อจากนี้ก็ขึ้นอยู่กับพวกเธอแล้ว”เคียวในมือของเหมียวซูร่วงลงพื้น บนเคียวเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดสีแดงสด ไม่รู้ว่าชุ่มโชกไปด้วยเลือดของสัตว์ร้ายมากี่ตัวแล้วดวงตาของเหมียวซูค่อยๆ ปิดลง แต่รอยยิ้มยังคงไม่จางหาย ลมหายใจของเธอค่อยๆ หยุดนิ่ง เงียบสงบราวกับกำลังหลับใหลเสียงคำรามของสัตว์ร้ายดังขึ้นรอบด้าน หงอิงมองภาพตรงหน้า แม้จะยังไม่ทันได้รู้สึกเศร้าโศก ขาทั้งสองก็พยุงร่างให้ลุกขึ้นยืนช้าๆ หยดน้ำตาไหลรินลงแก้ม พู่ประดับบนหอกลุกโชนด้วยเปลวไฟร้อนแรง“หงอิง……” เวินฉีโม่เดินมาข้างกาย มองร่างที่นอนนิ่งบนพื้น อ้าปากคล้ายอยากจะพูดปลอบใจ แต่กลับไม่รู้จะเอ่ยคำใดหงอิงปาดน้ำตา กัดริมฝีปากแน่น สูดหายใจเข้าลึกๆ“ฉันเข้าใจ ที่นี่คือสนามรบ ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่จะมาเศร้าโศก……”“มีสัตว์ประหลาดยักษ์มาอีกแล้ว” มือที่กำดาบของมอลลี่สั่นเล็กน้อย เธอมองไปยังเงาสัตว์ร้ายที่ทอดยาวสุดลูกหูล