ื้อนร่างของเขา ส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้งทว่า หลี่เจิ้งจื้อไม่สนใจเรื่องนั้น เขาหัวเราะลั่นพลางถือดาบร่วงลงต่อไปแสงดาบที่ฆ่างูยักษ์ตัวนั้นได้ดึงดูดความสนใจของงูยักษ์ตัวอื่นๆ ที่กำลังเลื้อยขึ้นไปบนกำแพง พวกมันพากันมุ่งหน้ามายังทิศทางที่หลี่เจิ้งจื้อกำลังร่วงลง ปล่อยพลังกดดันขั้นอนันต์ออกมาหลายสายหลี่เจิ้งจื้อใช้ขาข้างเดียวถีบกำแพงในแนวดิ่ง อาศัยแรงส่งเบี่ยงทิศทางการร่วงหล่นเล็กน้อย หลบหลีกการงับพร้อมกันของงูยักษ์สองตัว จากนั้นก็เหวี่ยงดาบ ทิ้งรอยแผลไว้บนตัวงูยักษ์ตัวหนึ่ง ก่อนจะกลับด้ามดาบ แทงดาบเข้าไปที่จุดอ่อนของงูยักษ์อีกตัวเกล็ดงูเกาะติดใบดาบ จากนั้นหางงูขนาดใหญ่ก็ฟาดแผ่นหลังของหลี่เจิ้งจื้อ ทำให้เขาเสียหลัก ด้ามดาบหลุดจากมือบนกำแพงด้านนอก ดวงตางูหลายคู่เปล่งแสงสีเขียวประหลาด หลี่เจิ้งจื้อรู้สึกว่าร่างกายของตนเองราวกับถูกเทตะกั่วเข้าไป หนักอึ้งจนแม้แต่พลังจิตเพียงน้อยนิดก็ไม่อาจเรียกใช้ได้ ท่าทางที่คล่องแคล่วของเขากลายเป็นเหมือนรูปปั้นที่ร่วงหล่นลงมา ภายใต้สายตาของงูเหล่านั้นแม้พละกำลังของหลี่เจิ้งจื้อจะไม่อ่อนด้อยภายใต้การเสริมพลังของเพรียกหาวิญญาณ แต่เมื่อเผชิญกับการโจมตีของงูยักษ์มากมายเช่นนี้ ก็ยากที่จะพลิกสถานการณ์ปากขนาดใหญ่หลายอันอ้าอยู่ด้านล่าง แต่หลี่เจิ้งจื้อไม่ได้สิ้นหวัง แย้มยิ้มสดใสมากขึ้น เขาใช้ปลายนิ้วดึงสลักระเบิดที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อ ระเบิดที่เขาประดิษฐ์ขึ้นเองหลายลู