ี่ยังเคลื่อนไหวได้ก็ลุกขึ้นพร้อมกัน รีบวิ่งออกไปข้างนอกทหารที่ถูกตัดขาดซึ่งนอนอยู่บนเตียง สติกลับมาชัดเจนในทันที เขาผุดลุกขึ้นจากเตียงทันที คว้าเสาน้ำเกลือโลหะข้างตัวมาใช้เป็นไม้ค้ำยัน แล้วพยายามจะวิ่งออกไป“เฮ้! จะไปไหน? คุณโดนตัดขาไปแล้วนะ ตอนนี้เดินยังไม่ถนัดเลย! จะออกไปตายข้างนอกเหรอ?” พยาบาลคนหนึ่งรีบเข้ามาขวางเขาไว้“ผม……ผมต้องไป!” ทหารบาดเจ็บที่ยังไม่สร่างจากฤทธิ์ยาสลบดีพูดติดอ่าง “คุณ……หลบ……หลบไป!”“ไม่ได้……” ขณะที่พยาบาลกำลังจะพูดอะไรต่อ ก็มีมือข้างหนึ่งลงตบบ่าเธอเบาๆเธอหันไปมอง เห็นหมอชราผมขาวโพลนคนหนึ่งยืนอยู่ข้างหลัง ส่ายหน้าอย่างจนปัญญา “เสี่ยวหลี่……อย่าห้ามเขาเลย ปล่อยให้เขาไปเถอะ”“แต่หัวหน้าคะ คุณดูสภาพเขาสิ……เขาจะไปรบได้ยังไงกัน!”“สภาพเขาเหรอ? ลองมองให้ดีๆ สิ เขาเป็นยังไง?”หัวหน้าเชิดคางไปทางคนเจ็บ สีหน้าซับซ้อนยิ่งนักเจ้าหน้าที่พยาบาลหันไปมอง เห็นคนเจ็บกำลังคลานอยู่บนพื้น พยายามดึงเสื้อคลุมสีแดงเข้มที่เปื้อนเลือดออกมาจากใต้เตียงอย่างยากลำบาก แล้วสวมมันลงบนร่างอย่างสง่างาม จากนั้นใช้มือข้างหนึ่งยันตัวกับราวเหล็ก อีกมือถือดาบตรงเดินโซเซออกไปนอกห้องฉุกเฉิน แสงอาทิตย์สีเหลืองนวลส่องผ่านหน้าต่างเข้ามา ทอดเงาของร่างในเสื้อคลุมให้ทอดยาว ดูราวกับยักษ์ที่ดื้อรั้น กำลังก้าวโซเซไปสู่สนามรบแห่งโชคชะตาเธอมองภาพตรงหน้าอย่างตะลึงงัน“เขาเป็นหน่วยพิทักษ์ราตรีนะ” เสียงหัวหน้าดังขึ้นอย่