นมหาสมุทรแล้ว”“ฉันด้วย ฉันก็ถึงขั้นมหาสมุทรแล้วเหมือนกัน” หลี่เจินเจินยกมือขึ้นด้วยสีหน้าจริงจังสมาชิกหน่วยพิทักษ์ราตรีอีกหลายคนต่างพากันเอ่ยปาก แววตาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นหลินชีเยี่ยกวาดตามองทุกคน ส่ายหน้าพร้อมรอยยิ้ม “ยังไม่ถึงขั้นนั้นหรอก ถ้าถึงวันนั้นจริงๆ ฉันจะเรียกพวกเธอมาเอง… ก่อนจะถึงตอนนั้น ต่อให้ฟ้าถล่ม พวกเราก็จะรับมือเอง”ฟางโม่และคนอื่นๆ ได้ยินประโยคนั้นก็ถอนหายใจอย่างผิดหวัง“แม้ว่าฝูงสัตว์รอบนี้พวกเราจะจัดการได้แล้ว แต่เพื่อป้องกันเหตุไม่คาดคิด พวกนายก็ยังต้องปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บัญชาการจั่ว ประจำการที่เมืองเจียงเฉิงและเมืองใกล้เคียงชั่วคราว แต่ละทีมส่งคนกลับไปเฝ้าเมืองของตัวเองสักหนึ่งถึงสองคนก็พอ” หลินชีเยี่ยครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วกล่าว“รับทราบครับ/ค่ะ”หน่วยพิทักษ์ราตรีที่รวมตัวกันอยู่รอบๆ แยกย้ายกันไป อันชิงอวี๋ลากซากหนูยักษ์ด้วยมือข้างหนึ่ง อีกข้างลากซากยักษาที่ถูกเผาจนไหม้ ค่อยๆ เดินเข้ามา“พูดถึงเรื่องนี้ ฉันก็สงสัยมาตลอด… มหาวิหารสวรรค์อินเดียเอาสัตว์เทพมาจากไหนมากมายขนาดนี้?” เฉาเยวียนถามอย่างไม่เข้าใจ “ไม่เพียงแต่สามารถต้านทานด่านสงครามที่มียอดมนุษย์และหน่วยพิทักษ์ราตรีคอยเฝ้าอยู่ ยังสามารถทะลวงการปิดล้อมบุกเข้ามาในเขตแดนต้าเซี่ยได้อีก?”“พวกนี้ไม่ใช่สัตว์เทพที่แท้จริง พวกมันน่าจะถูกเพาะเลี้ยงขึ้นมา” อันชิงอวี๋โยนซากศพทั้งสองทิ้งลงบนพื้น พลางเอ่ยอย่างจริงจัง “ใน