อื่นๆ มองร่างทั้งแปดที่ลงมาจากฟ้า มือที่เปียกเหงื่อผ่อนคลายลงเล็กน้อย“นี่คือหน่วยร่างทรงสินะ……แข็งแกร่งจริงๆ” หงอิงอดที่จะรู้สึกทึ่งไม่ได้“ไม่งั้นจะเป็นหน่วยรบพิเศษได้ยังไงล่ะ” เวินฉีโม่ยิ้มพลางกล่าว “พูดถึงหลินชีเยี่ย ตอนนี้เจ้าหมอนั่นเป็นหัวหน้าหน่วยม่านราตรีแล้วสินะ ไม่รู้ว่าครั้งนี้จะได้เจอเขาไหม……”พอได้ยินคำว่าชีเยี่ย ดวงตาของหงอิงก็เปล่งประกาย “น่าจะได้เจอนะ?? เรื่องด่านเฉินหนานใหญ่ขนาดนี้ พวกเขาต้องมาแน่ๆ! ไม่รู้ว่าผ่านไปหลายปีแล้ว ชีเยี่ยจะเปลี่ยนไปมากแค่ไหน……”“พวกคุณรู้จักหลินชีเยี่ยเหรอ?” มอลลี่ถามด้วยความประหลาดใจ“ใช่แล้ว” หงอิงเอามือเท้าสะเอว พูดอย่างภาคภูมิใจ “แต่ก่อนเขาก็เคยเรียกฉันว่าพี่หงอิงเหมือนกันนะ!”“เธอก็รู้จักเขาด้วยเหรอ?” เวินฉีโม่ถาม“ค่ะ” มอลลี่พยักหน้า หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่งก็เอ่ยปาก “ในหน่วยม่านราตรีมีหลายคนที่เป็นเพื่อนร่วมรุ่นของฉัน”ในความคิดของเธอ ภาพของคนที่สวมหน้ากากตือโป๊ยก่ายผุดขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว ทำให้หัวใจรู้สึกเจ็บปวด“งั้นก็ดีเลย รอให้พวกเขามาถึง พวกเราจะได้รวมตัวกัน!” หงอิงพูดอย่างตื่นเต้นขณะที่ทุกคนกำลังพูดคุยกันอยู่นั้น เสียงดังสนั่นก็ดังมาจากท้องฟ้า!ทุกคนหันไปมองพร้อมกัน เห็นลำแสงสองสายแหวกผ่านหมอกที่พรมแดนต้าเซี่ย กำลังพุ่งตรงมายังด่านเฉินหนานอย่างรวดเร็ว!“เทพเจ้า?” มอลลี่ขมวดคิ้ว “เทพเจ้าอินเดียยังมีกำลังเสริมอีกเหรอ?”เกือบจะพร้อมกันนั้น