ฝนตกหนักตลอดทั้งคืนอูเฉวียนยืนดูเหตุการณ์ตลอดเขาได้เห็นกับตาว่าอู๋เหลาโก่วดื่มเหล้าแก้วแล้วแก้วเล่า เห็นเขาพูดคุยหัวเราะร่าเริงกับศพทั้งเจ็ด เห็นเขาต่อยลานจอดเฮลิคอปเตอร์จนแตกร้าว เห็นเขาร้องไห้สะอึกสะอื้นกลางสายฝน เห็นเขานั่งแข็งทื่อเหมือนรูปปั้นไร้วิญญาณบนเก้าอี้จนฟ้าสาง……ฝนค่อยๆ ซาลง แต่แสงรุ่งอรุณก็ยังไม่อาจทะลุผ่านเมฆหนาทึบได้ ทั่วฟ้าดินยังคงมืดมัวน้ำฝนหยดลงมาตามขอบผ้าใบ อาหารบนโต๊ะเย็นชืดลงแล้ว อู๋เหลาโก่วที่นั่งเงียบอยู่บนเก้าอี้ ในที่สุดก็ได้สติ เขาค่อยๆ ลุกขึ้นยืนอย่างโซเซ“งานเลี้ยงจบแล้ว……”อู๋เหลาโก่วมองอาหารบนโต๊ะที่แทบไม่ได้แตะต้อง พลางพึมพำ “พวกเรา… ควรออกเดินทางได้แล้ว”เอี๊ยดเก้าอี้หลายตัวถูกเลื่อนถอยหลัง ศพทั้งเจ็ดค่อยๆ ลุกขึ้น เสื้อคลุมสีดำที่ขาดวิ่นพลิ้วไหวตามสายลมอู๋เหลาโก่วหมุนตัวเดินออกจากเต็นท์ผ้าใบที่ดูซอมซ่อ มีเงาร่างทั้งเจ็ดเดินตามมาติดๆ ผิวน้ำที่เรียบเนียนเหมือนกระจกสะท้อนเงาสีดำของพวกเขา รวมถึงใบหน้าซีดเซียวของแต่ละคนหมอหลี่ในชุดกาวน์สีขาวเดินออกมาจากศูนย์ไจเจี้ยเขาเหลือบมองไปทางอูเฉวียนที่อยู่ข้างๆ ก่อนจะมองไปที่อู๋เหลาโก่วผู้มีดวงตาแดงก่ำ แล้วเอ่ยด้วยความรู้สึกซับซ้อน“จะไปแล้วเหรอ?”“อืม” อู๋เหลาโก่วตอบอย่างสงบ “สถานการณ์ที่ด่านเฉินหนานยังตึงเครียดอยู่มาก ผมไม่สามารถเสียเวลาอยู่ที่นี่ได้อีกแล้ว”“อู๋ทงเสวียน คุณ… พร้อมจริงๆ เหรอ?”อู๋เหลาโก่วมองหมอหลี่เงียบ