ๆ โดยไม่พูดอะไร เขาเพียงแค่ค่อยๆ หลับตาลง ในชั่วขณะต่อมา พลังกดดันระดับมนุษย์ที่อยู่จุดสูงสุดก็ปรากฏขึ้น!อูเฉวียนรู้สึกถึงพลังอันน่าสะพรึงกลัวที่กดทับลงบนบ่าของตน ดวงตาหรี่ลงเล็กน้อย เขาไม่คิดเลยว่าผู้ป่วยโรคทางจิตที่ดูเหมือนจะบ้าๆ บอๆ และไม่น่าสนใจคนนี้ จะก้าวมาถึงจุดนี้ได้โดยไม่รู้ตัว!หมอหลี่สัมผัสได้ถึงพลังของอู๋เหลาโก่ว สีหน้าผ่อนคลายลงเล็กน้อย “ทะลวงขีดจำกัดตั้งแต่เมื่อไหร่?”“ครึ่งปีก่อน ผมก้าวข้ามขีดจำกัดนั้นมาแล้ว” อู๋เหลาโก่วหันกลับไปมองเต็นท์ผ้าใบที่โยกเยกคลอนแคลนในสายลม “เมื่อคืน ผมผ่าน ‘ด่านจิตใจ’ แล้ว……”หมอหลี่พยักหน้า แต่ก็ไม่ได้เอ่ยคำแสดงความยินดีที่อยู่ในใจออกมา“ของของคุณ ผมเอามาให้แล้ว”หมอหลี่หยิบกล่องสีดำออกมาจากด้านหลัง ส่งให้กับอู๋เหลาโก่ว“ตอนที่คุณเพิ่งมาที่โรงพยาบาลแห่งนี้ ผมได้ให้คนเก็บรักษาของพวกนี้ไว้ หลายปีมานี้ ผมรอวันที่จะได้คืนมันให้คุณมาตลอด”อู๋เหลาโก่วเปิดกล่อง พบดาบตรง เหรียญตรา และเสื้อคลุมสีดำที่พับเก็บอย่างเรียบร้อย วางอยู่ในกล่องอย่างเป็นระเบียบ“……ขอบคุณ”อู๋เหลาโก่วมองของทั้งสามชิ้น ดวงตาฉายแววคิดถึงเขาเก็บเหรียญตราไว้ แขวนดาบตรงที่เอว สะบัดเสื้อคลุมสีดำเบาๆ สวมทับชุดคนไข้ลายทางสีน้ำเงินขาวเมื่อสวมของทั้งสามชิ้น แผ่นหลังของอู๋เหลาโก่วก็ตั้งตรงขึ้น บุคลิกที่ดูยุ่งเหยิงเกียจคร้านหายไป ดวงตาเปล่งประกายดั่งดวงดาวราวกับนึกอะไรขึ้นได้ เขาจึงพูดกับหมอหลี