ลับไปมองเกาะที่ค่อยๆ ห่างออกไป แล้วถอนหายใจยาว“พวกเรา……ออกมาได้แล้ว”ไป๋หลี่พั่งพั่งนอนอยู่บนก้อนเมฆนุ่มๆ มองดูดวงอาทิตย์ที่ค่อยๆ ลอยสูงขึ้นในระยะไกล ดวงตาเต็มไปด้วยความตื้นตัน“คิดถึงจริงๆ เลย……”“ใช่ ตอนที่พวกเราหนีออกมาจากศูนย์ไจเจี้ยก็เห็นภาพแบบนี้เหมือนกัน” เฉาเยวียนกอดดาบตรงไว้ ดวงตาสะท้อนแสงตะวัน จมดิ่งอยู่ในห้วงความทรงจำ“พวกนายว่า……ผ่านมาหลายปีขนาดนี้ พวกเราเปลี่ยนไปไหม?” อันชิงอวี๋ถามขึ้นมาอย่างกะทันหัน“แก่ขึ้น” ไป๋หลี่พั่งพั่งหัวเราะแผ่วเบา แล้วเสริมอีกประโยค “แน่นอนว่าแข็งแกร่งขึ้นด้วย”“นอกจากนี้ล่ะ?”เฉาเยวียนครุ่นคิด ก่อนจะส่ายหน้า “บอกไม่ถูก รู้สึกเหมือนเปลี่ยนไป แต่ก็เหมือนไม่มีอะไรเปลี่ยน……บางที นี่อาจจะเป็นการเติบโตก็ได้”ฟิ้ว!!ขณะที่ทุกคนกำลังคุยกันอยู่นั้น เสียงแหวกอากาศดังมาจากด้านหลัง!ทันทีที่ได้ยินเสียง ทุกคนต่างกระโดดขึ้นจากเมฆพลิกกาย สีหน้าของไป๋หลี่พั่งพั่งดูไม่ค่อยดีนัก“ไม่จริงใช่ไหม……พวกเราบินออกมาตั้งหลายร้อยลี้แล้ว ยังจะตามมาทันอีกเหรอ?”หลินชีเยี่ยใช้พลังจิตตรวจจับวัตถุที่เคลื่อนที่เข้ามาหาพวกเขา แล้วเอ่ยขึ้นอย่างจริงจัง “นั่นคือทวนของท่านโหว!”เมื่อได้ยินคำว่าท่านโหว สายตาของทุกคนก็หยุดนิ่ง หากแม่ทัพฮั่วไม่ยอมให้พวกเขาไป……ต่อให้พวกเขาวิ่งเร็วแค่ไหน ก็ต้องถูกไล่ตามจนกลับมาอยู่ดีเมฆพลิกกายเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงมากแล้ว แต่ทวนที่เปื้อนคราบเลือดนั้นเคลื่อนที่เ