หลี่เคิงเชียงถือไม้เสียบปลาหอมกรุ่นสองไม้ในมือ เดินผ่านป่าทึบมืดมิด ในที่สุดก็ชะลอฝีเท้าลงช้าๆ บนยอดเขาภายใต้ท้องฟ้ายามค่ำคืนที่เต็มไปด้วยดวงดาว ร่างในชุดขาวนั่งอยู่ที่ขอบหน้าผา มองดูเงาร่างหลายร่างที่กำลังก่อกองไฟอยู่บนพื้นที่โล่งเบื้องล่าง ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่“ฉันเอามาให้นายไม้หนึ่ง” หลี่เคิงเชียงนั่งลงข้างกาย ยื่นไม้เสียบเนื้อให้ “ถึงยังไงก็เป็นของที่นายจับมาให้พวกเขาด้วยตัวเอง ต้องลองชิมดูสักหน่อยสิ? ฝีมือย่างปลาของอันชิงอวี๋ไม่เลวเลยนะ”ถังอวี่เซิงมองเขาแวบหนึ่ง ยิ้มอย่างจนใจแล้วรับไม้เสียบปลามา“ทำไมคุณถึงเดินออกมาแล้วล่ะ? ไม่คุยกับพวกเขาให้มากกว่านี้หน่อยเหรอ?”“ถ้านายอยากคุย ก็ไปคุยเองสิ ทำไมต้องให้ฉันคอยอยู่เป็นเพื่อนพวกเขาด้วย? ฉันไม่ใช่พี่เลี้ยงของพวกเขาสักหน่อย” หลี่เคิงเชียงกัดไม้เสียบเนื้อคำหนึ่ง พูดอย่างเรื่อยเฉื่อยถังอวี่เซิงอ้าปาก เหมือนจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ครู่ใหญ่ก็ถอนหายใจทั้งสองนั่งอยู่ที่ขอบหน้าผา กินปลาย่างในมือเงียบๆ บรรยากาศตกอยู่ในความเงียบงันไม่รู้ผ่านไปนานเท่าไหร่ หลี่เคิงเชียงมองลงไปที่เชิงเขา แล้วพูดขึ้นมาอย่างกะทันหัน“ขอโทษนะ”ถังอวี่เซิงชะงักเล็กน้อย “อะไรนะครับ?”“นายก็คงเห็นการแสดงออกของเด็กๆ พวกนี้แล้ว” หลี่เคิงเชียงยิ้มอย่างขมขื่น “ถ้าตอนนั้นพวกเราทำได้เหมือนพวกเขา……โศกนาฏกรรมเหล่านั้นก็คงไม่เกิดขึ้น”“ลุงหลี่ คุณคิดมากไปแล้ว” ถังอวี่เซิงส่ายหน้าไ