นื่องกัน แล้วหยุดที่หน้าร้านขายของชำหน้าโรงงานแห่งหนึ่ง“ขอใช้โทรศัพท์หน่อย” สายตาของพร่ำรำพันตกลงบนโทรศัพท์บ้านบนโต๊ะ เขาหยิบหูโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วเริ่มกดหมายเลขติ๊กๆหลังจากผ่านไปไม่กี่วินาที โทรศัพท์ก็ต่อติด ทว่าพร่ำรำพันกลับไม่ได้พูดอะไร แต่กลับวางหูโทรศัพท์กลับลงไปภายใต้สายตาสงสัยของเจ้าของร้าน พร่ำรำพันล้วงเงินยี่สิบเหมาออกมาจากอก วางบนโต๊ะ แล้วหมุนตัวจากไป“คนแปลกๆ” เจ้าของร้านมองพร่ำรำพันที่จากไปอย่างแปลกใจ แล้วเก็บเงินยี่สิบเหมาไปเงียบๆในตอนนั้นเอง มีชายหนุ่มอีกคนสวมชุดทำงานสีฟ้าทะเลสาบเดินมาที่โทรศัพท์บ้าน“ขอโทษครับ ขอโทรศัพท์หน่อย” หลินชีเยี่ยยิ้มแล้วทำท่าจะหยิบหูโทรศัพท์ ในจุดบอดของสายตาเจ้าของร้านเงาประหลาดปีนขึ้นมาบนฝ่ามือของเขา ตาแดงดวงหนึ่งของเฮยถงค่อยๆ ลืมขึ้นจากฝ่ามือของเขาอย่างเงียบๆในมุมมองของเฮยถง เวลาของโทรศัพท์บ้านย้อนกลับอย่างรวดเร็ว ไม่นานก็เห็นตัวเลขที่พร่ำรำพันกดไปก่อนหน้านี้ได้อย่างชัดเจน มันค่อยๆ หลับตาลง แล้วหายไปอย่างไร้ร่องรอย ครู่หนึ่งต่อมา หลินชีเยี่ยก็ปล่อยมือจากหูโทรศัพท์“ช่างมันเถอะ ไม่โทรแล้ว” เขาโบกมือ หลินชีเยี่ยเดินจากไปท่ามกลางสายตาของเจ้าของร้านที่เกือบจะด่าออกมาในขณะที่ติดตามพร่ำรำพันอยู่ห่างๆ หลินชีเยี่ยก็ยื่นมือออกไปแตะวิทยุที่เอวเบาๆ“เจียงเอ่อร์ อยู่ไหม?”เสียงรบกวนขาดๆ หายๆ ดังออกมาจากวิทยุ [ซ่าๆๆๆ อยู่ค่ะ]“ฉันจะให้เบอร์โทรศัพท์บ้านเบอร์หนึ