“ไม่งั้น……ไม่งั้นรออีกสองปีได้ไหมครับ?”หลินชีเยี่ยมองอาจูที่เกือบจะร้องไห้ด้วยความสงสัย ไม่มีวี่แววว่าจะถูกควบคุมวิญญาณเลย เขาขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจทำไมถึงเป็นแบบนี้……หรือว่าฉันร้องเพี้ยนไปหรือเปล่า?หลินชีเยี่ยเกาหัว พยายามคิดหาเนื้อเพลงที่สามารถร้องได้อย่างสมบูรณ์และไม่เพี้ยน หลังจากผ่านไปสักพัก เขาก็ลองเปิดปากอีกครั้งอย่างระมัดระวัง“กังหันลมหมุนติ้วๆ อื้อๆ?”เมื่อเสียงของหลินชีเยี่ยดังขึ้น อาจูที่กำลังจะร้องไห้ออกมาก็พลันชะงัก ดวงตาค่อยๆ เลือนลาง ราวกับมีมนตร์วิเศษบางอย่างค่อยๆ ดึงดูดวิญญาณของเขาไป เขายืนนิ่งอยู่ที่นั่นเหมือนหุ่นเชิด ค่อยๆ ยกมือทั้งสองข้างขึ้นราวกับกำลังยอมแพ้ตามความคิดของหลินชีเยี่ยได้ผล!หลินชีเยี่ยตาเป็นประกายในการรับรู้ของเขา วิญญาณของอาจูปรากฏขึ้นอย่างชัดเจน เส้นใยที่มองไม่เห็นพันรอบสมองของหลินชีเยี่ยเพียงแค่เขาออกคำสั่ง อาจูก็จะตอบสนองทันทีภายใต้การควบคุมของหลินชีเยี่ย ร่างกายของอาจูเริ่มโยกเยกอย่างไม่ประสานกัน ราวกับกำลังเต้นรำ หรือเหมือนคนที่กำลังจมน้ำ พยายามดิ้นรนเอาชีวิตรอดรอยยิ้มของหลินชีเยี่ยยิ่งกว้างขึ้น ในขณะที่กำลังทำความคุ้นเคยกับวิธีควบคุมวิญญาณของอาจู เสียงเพลงอันน่าขนลุกก็ดังก้องไปทั่วลาน“วิวที่นี่สวยจัง~ ท้องฟ้าสวย~ พื้นสวย~ และเพื่อนๆ ที่มีความสุขด้วยกัน~”