ะร่วมมือกันปล้นอาณาจักรเทพอื่น ก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาทันที“ในเมื่อจะรวมตัวกันเป็นกลุ่ม เพื่อปล้นอาณาจักรเทพขนาดเล็กอื่นๆ เราควรจะตั้งชื่อกลุ่มด้วยหรือไม่?” อัคนีหันไปมองซือเสี่ยวหนาน เทพรองก็พากันมองตามพวกเขาได้ยอมรับให้ซือเสี่ยวหนานเป็นผู้นำไปแล้วโดยไม่รู้ตัว เพราะในสถานที่อย่างหมอกนี้ พลังคือสิ่งสำคัญที่สุด……พูดตรงๆ ก็คือ ตอนนี้ถึงพวกเขาจะรวมพลังกันทั้งหมด ก็ไม่มีทางเป็นคู่ต่อสู้ของหญิงสาวได้ซือเสี่ยวหนานมองไปยังหมอกที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตา เส้นขอบฟ้าของต้าเซี่ยปรากฏขึ้นเลืองรางในระยะไกลเธอครุ่นคิดอยู่นาน ก่อนจะเอ่ยขึ้นช้าๆ“งั้น……เรียกว่า ‘เทพผู้ซ่อนเร้น’ ก็แล้วกัน”……หลายวันต่อมาเมืองหลวง ที่พักชั่วคราวของหน่วยม่านราตรีเฉาเยวียน ไป๋หลี่พั่งพั่ง และเจียงเอ่อร์นั่งล้อมโต๊ะ กลืนน้ำลายด้วยความกังวลที่สองฝั่งของโต๊ะ อันชิงอวี๋และหลินชีเยี่ยต่างถือไพ่คนละสำรับ ขมวดคิ้วเล็กน้อย บรรยากาศตึงเครียดอย่างยิ่ง“สามหกพ่วงสาม”“สามเอพ่วงแปด”“ระเบิด!”“……ไม่เอา”“พั่งพั่ง นายล่ะ?”“ผม……ผมก็ไม่เอา” ไป๋หลี่พั่งพั่งทำหน้าเศร้า รู้สึกเสียดายเล็กน้อยขณะรวบไพ่กลับมือ“ไม่งั้น พวกนายสองคนเล่นกันเองดีกว่า? รู้สึกว่าผมนั่งอยู่ตรงนี้ก็แค่มาโดนรังแกเปล่าๆ!”“เล่นไพ่โต้วตี้จู่ จะเล่นสองคนได้ยังไง?” เฉาเยวียนมองเขาอย่างระอา“พวกนายเป็นอัจฉริยะทั้งคู่ ผมจะเล่นได้ยังไง!”“ใจเย็นๆ ก็ตกลงกันแล้วไงว่าชิงอวี๋ห้ามใช้ตามองทะลุ