ส่วนฉันห้ามใช้การรับรู้ทางจิต” หลินชีเยี่ยเอ่ยอย่างใจเย็น“ฉันก็ไม่เอา ชิงอวี๋ นายลงต่อเลย”อันชิงอวี๋พยักหน้าเล็กน้อย หยิบไพ่ในมือออกมาสองสามใบทิ้งลงไป[คุณว่าใครจะชนะ ระหว่างชิงอวี๋กับชีเยี่ย?] เจียงเอ่อร์ถามเฉาเยวียนอย่างสงสัย“พูดยากนะ แต่ฉันรู้สึกว่าชิงอวี๋มีโอกาสชนะมากกว่า” เฉาเยวียนครุ่นคิดก่อนตอบ “ถึงชีเยี่ยจะฉลาดมากแล้วแต่ชิงอวี๋ก็เป็นอัจฉริยะ……ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด เขาคงคำนวณไพ่ในมือชีเยี่ยกับพั่งพั่งได้หมดแล้ว”“ฉันเหลือไพ่แค่สองใบแล้ว” หลินชีเยี่ยโบกไพ่ในมือ“คู่คิงของนายคงออกไม่ได้แล้วล่ะ” อันชิงอวี๋พูดพร้อมรอยยิ้มมั่นใจ “ไพ่มีจำนวนจำกัด ไม่ว่าจะสับเปลี่ยนอย่างไร ถ้าคำนวณก็จะหาตรรกะได้จากการเล่นที่วุ่นวาย ชีเยี่ย ฉันเดาไพ่ในมือนายออกหมดแล้ว……นายชนะฉันไม่ได้หรอก”“จริงเหรอ?”หลินชีเยี่ยยิ้มมุมปาก เขามองอันชิงอวี๋อย่างมีเลศนัย “การคำนวณของนายเก่งจริงๆ แต่ไม่ใช่ทุกอย่างในโลกจะเป็นไปตามที่นายคำนวณ……บางครั้ง การพลิกสถานการณ์ก็แค่ต้องการ ‘ปาฏิหาริย์’ เท่านั้น”หลินชีเยี่ยยิ้มพลางโยนไพ่สองใบในมือลงบนโต๊ะ“……ระเบิด” เขาเอ่ยเสียงเรียบทุกคนตกตะลึง อันชิงอวี๋มองไพ่โจ๊กเกอร์สี่ใบบนโต๊ะอย่างงุนงง……พวกเขาเล่นกันแค่สำรับเดียวนี่นา!“เฮ้ย! ชีเยี่ย นายโกง!” ไป๋หลี่พั่งพั่งร้องขึ้นเป็นคนแรก“ก็แค่บอกว่าห้ามใช้พลังจิต ไม่ได้บอกว่าห้ามใช้ ‘ปาฏิหาริย์’ นี่” หลินชีเยี่ยตอบอย่างหน้าตาเฉยอันชิงอวี๋มองโต๊ะ