ฟังเพื่อพูดคุยกับผู้อื่นอย่างยากลำบากเมื่อเห็นหลินชีเยี่ยตะโกนขึ้นมาอย่างกะทันหัน หลี่เจินเจินสะดุ้งสุดตัว เธอมองหูของหลินชีเยี่ยอย่างแปลกๆราวกับเข้าใจบางอย่าง จึงตะโกนกลับไปว่า“ครูฝึกหลิน! คุณมาทำอะไรคะ?!”“ไม่ต้องตะโกนขนาดนั้น! ฉันไม่ได้หูหนวก!” หลินชีเยี่ยขยี้หูแล้วเอ่ยอย่างจนใจ “พอดีกลับมาจากทำภารกิจในหมอก แล้วผ่านมาทางเมืองหลวงเลยแวะมาดู……อีกอย่าง ฉันจะพาเจียหลานไปด้วย”“ครูฝึกเจียหลาน? คุณหาวิธีปลุกเธอได้แล้วเหรอ?” หลี่เจินเจินถามอย่างดีใจ“ก็ประมาณนั้น”หลินชีเยี่ยหันไปยิ้มให้สกัลด์ที่กำลังมองสำรวจรอบๆ อย่างอยากรู้อยากเห็น “ไปกันเถอะ คนที่ผมอยากให้คุณช่วยอยู่ข้างใน”หลินชีเยี่ยพาสกัลด์เดินผ่านลานกลางของเรือนสี่ประสาน ตรงไปที่ห้องหนึ่ง เปิดประตูเข้าไป กลิ่นหอมอ่อนๆโชยมาปะทะใบหน้าบนเตียงมีหญิงสาวในชุดฮั่นฝูสีฟ้านอนนิ่งอยู่ ผมดำเงางามราวกับแพรไหมทิ้งตัวลงมาตามขอบเตียง ดูราวกับน้ำตกสายตาของสกัลด์ตกลงบนใบหน้างดงามที่หลับตาอยู่นั้น ปากเธอเผยอเล็กน้อย“พี่หญิงผู้นี้ งดงามนัก……”หลินชีเยี่ยก้าวเข้าไปข้างกายของเจียหลานที่กำลังหลับใหล จ้องมองใบหน้าอันงดงามราวกับหยกขาว ดวงตาเต็มไปด้วยความรู้สึกซับซ้อนนับตั้งแต่การต่อสู้ในที่ราบฟ้าสูงจนถึงตอนนี้ ผ่านไปเกือบครึ่งปีแล้ว เจียหลานก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะตื่นขึ้นมา กาลเวลาก็ไม่ได้ทิ้งร่องรอยใดๆ ไว้บนใบหน้าของเธอ หากเป็นเช่นนี้ต่อไป เธออาจจะหลับไปจนกว่า