าหาข้าเถอะ”สิ้นเสียง บรรยากาศรอบข้างก็ตกอยู่ในความเงียบสงัดอีกครั้งสายตาของทุกคนจับจ้องไปที่ผิวของจอกศักดิ์สิทธิ์ ทันใดนั้นแสงสว่างจ้าก็พุ่งออกมาจากผิวจอกที่เปื้อนเลือด!โครม!!เสียงฟ้าร้องดังสนั่นจากบนฟ้า!“ได้ผลแล้วเหรอ?!” หลินชีเยี่ยเห็นดังนั้นก็รู้สึกดีใจทุกคนเงยหน้ามอง เห็นท้องฟ้าที่เคยเทาหม่นกลายเป็นสีดำสนิท เมฆสีตะกั่วปกคลุมเหนือแอสการ์ดราวกับวันสิ้นโลก“มีบางอย่างไม่ถูกต้อง… นี่มันกลิ่นอะไรกัน?” ซุนหงอคงเงยหน้าดมกลิ่นแล้วขมวดคิ้วสายฟ้าสีดำสนิทแล่นผ่านท้องฟ้า เมฆสีตะกั่วเริ่มหมุนวนช้าๆ ราวกับน้ำวนขนาดมหึมาลอยอยู่บนท้องฟ้า และจุดศูนย์กลางของน้ำวนนั้นคือบรากีที่กำลังถือจอกศักดิ์สิทธิ์อยู่!เมฆหมุนวนค่อยๆ ทรุดต่ำลง สายฟ้าสีดำแล่นไปมาในหมู่เมฆ พลังกดดันน่าสะพรึงกลัวที่ทำให้ทั้งร่างสั่นสะท้านแผ่ซ่านไปทั่วทุกมุมของแอสการ์ด!หลินชีเยี่ยไม่เคยรู้สึกถึงพลังกดดันแบบนี้มาก่อนตลอดหลายปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นพลังของเทพเทพหลักหรือเทพรอง หรือแม้แต่พลังของเทพสูงสุด เขาก็เคยเผชิญหน้ามาแล้วทั้งนั้น……แต่ความรู้สึกที่วังวนเมฆสีตะกั่วนี้มอบให้ เหนือกว่านั้นทั้งหมดไม่เพียงแต่ความรู้สึกอึดอัดจนหายใจไม่ออก แต่ในกลุ่มเมฆเหล่านี้ยังแฝงไปด้วยความประหลาดและความไม่ลงรอยที่ไม่อาจอธิบายได้ เพีนงแค่มองก็ทำให้รู้สึกอึดอัดทั้งร่างเมื่อวังวนเมฆทรุดต่ำลง ในใจกลางของกลุ่มเมฆที่กำลังหมุนวนนั้น เงาดำขนาดมหึมาค่อยๆ ปราก