านกวีอย่างเชื่องช้า และในเกือบทุกครั้ง ในใจของเขาจะไม่มีความรู้สึกอยากฆ่าหรืออารมณ์ด้านลบอื่นๆ ดังนั้นพลังในการต่อสู้ของเขาจึงอยู่ในระดับต่ำสุดในหมู่เทพหลักหรือแม้แต่เทพรองแต่วันนี้ บทกวีที่เขาขับขานขึ้นมาอย่างฉับพลันนี้ กลับมีพลังเกินความคาดหมายไปมากเมื่อพายุสายฟ้าค่อยๆ สลายไป ร่างของวาลีถูกไฟไหม้จนดำเป็นตอตะโก ก้อนเนื้องอกและตาแมลงขนาดใหญ่หลุดออกจากร่างกาย แต่ก็มีเนื้องอกอีกมากที่ผุดขึ้นมาจากเลือดเนื้อของเขาอย่างต่อเนื่อง……วาลีเดินโซเซมาข้างหน้า ทิ้งรอยเท้าสีเลือดไว้ทุกย่างก้าว ดวงตาปิดสนิทราวกับศพที่ถูกควบคุมด้วยเนื้องอกเมื่อเห็นภาพนี้ ดวงตาของบรากีเต็มไปด้วยความซับซ้อน……รู้ว่าวาลีคงไม่มีทางรอดแล้วเขาถอนหายใจยาว กัดฟันดีดพิณอีกครั้ง พายุสายฟ้าอันรุนแรงพลันพุ่งออกมา คราวนี้ระเบิดร่างของวาลีที่แทบไม่เหลือสภาพเดิมให้กลายเป็นละอองเลือดกระจายไปทั่วฟ้า ปะปนกับเถ้าถ่านสีเทาขาวที่ปลิวว่อน“ขอโทษนะ……” บรากียืนอยู่นอกกองเถ้าถ่านด้วยสีหน้าเจ็บปวดนับตั้งแต่การเป็นเทพ นี่น่าจะเป็นครั้งแรกที่เขาลงมือฆ่าเทพด้วยตัวเองหลังจากฆ่าวาลีที่กลายเป็นสัตว์ประหลาดแล้ว บรากียืนอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพังเพียงลำพัง ได้ยินเสียงร้องครวญครางทรมานดังแว่วมาจากทุกทิศทาง“ไม่ใช่แค่วาลีที่กลายเป็นเช่นนี้สินะ?” บรากีพึมพำด้วยความกังวล “คราวนี้เรื่องใหญ่แล้ว……”เขาหันไปมองภูเขาเทพที่สูงตระหง่านจรดเมฆ บนยอดสุดของภูเขา มีว