สกัลด์ก้มมองมือทั้งสองข้างของตัวเอง ยืนนิ่งอยู่กับที่เวอร์ดานดิกับเอิร์ดเห็นภาพนี้แล้ว สีหน้าพลันเปลี่ยนเป็นไม่สู้ดี“ดูเหมือนว่าโชคชะตาได้เลือกพวกเจ้าแทนแล้ว” โอดินเอ่ยขึ้นอย่างสงบ “นับตั้งแต่ยามที่พวกเจ้ายืนอยู่ตรงนี้พวกเจ้า… ก็ไม่มีอนาคตอีกต่อไปแล้ว”เวอร์ดานดิกัดฟัน กำหอกในมือแน่น พร้อมกับ ‘อดีต’ ของตัวเองแทงเข้าใส่หลุมดำตรงกลางพร้อมกัน คลื่นพลังเทวะสองสายที่น่าสะพรึงกลัวพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ฉีกหลุมดำออกอย่างยากเย็น พื้นที่โดยรอบพลันบิดเบี้ยว พวกเธอคว้าตัวสกัลด์แล้วเคลื่อนร่างหลบหนี ชั่วพริบตาก็ห่างออกไปหลายกิโลเมตร“พี่หญิง……” สกัลด์ยืนอยู่ด้านหลังทั้งสอง ดวงตาแดงก่ำ ริมฝีปากสั่นระริกควบคุมไม่อยู่“ไม่ต้องกลัวนะ สกัลด์” ดวงตาของเวอร์ดานดิอ่อนโยนขึ้น เธอลูบผมของสกัลด์พลางเอ่ยเสียงเบา “ฟังพี่นะ…เดี๋ยวพวกเราเริ่มต่อสู้กัน เจ้าก็วิ่งไปทางตรงข้ามให้เร็วที่สุด ไม่ว่าจะเห็นหรือได้ยินอะไรก็ไม่ต้องสนใจ เข้าใจหรือไม่?”“ไม่เอา” สกัลด์ส่ายหน้าแรงๆ “ข้าไม่อยากจากพี่หญิงไป!”“สกัลด์!” เสียงของเอิร์ดฟังดูจริงจัง “ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่เจ้าจะดื้อรั้นได้ พวกเราสามคนต้องไม่ตายในสนามรบที่นี่พร้อมกัน… เจ้าคือ ‘อนาคต’ ของพวกเรา ถึงพวกเราจะตาย เจ้าก็ต้องมีชีวิตอยู่ต่อไป เจ้ามีชีวิตอยู่ต่อไปได้ ทุกสิ่งที่พวกเรากำลังทำอยู่ตอนนี้ถึงจะมีความหมาย เข้าใจหรือไม่?”สกัลด์อ้าปากค้าง ราวกับจะพูดอะไรบางสิ่ง แต่เมื่