ราบเลือดเทพเจ้านี่ น้ำยาซักผ้าจะซักออกไหมนะ……”ในตอนนั้นเอง กำแพงอิฐสีแดงทั้งสองด้านพลันสั่นไหว เหมือนโทรทัศน์เก่าๆ ที่สัญญาณขาดหาย รหัสสีเขียวแตกสลาย กำแพงอิฐในบริเวณใกล้เคียงค่อยๆ โปร่งใสขึ้นอย่างเห็นได้ชัดโจวผิงเห็นเช่นนั้น เงยหน้ามองไปยังร่างที่สวมหมวกแก๊ปบนท้องฟ้า“พลังจิตหมดแล้วเหรอ……”ในขณะเดียวกัน ยอดมนุษย์คนอื่นๆ ที่กำลังเดินอยู่ในเขาวงกตอิฐแดงก็พบว่าบริเวณโดยรอบกำลังจางหายไปโชคดีที่หลังจากการต่อสู้อย่างต่อเนื่อง เทพนอร์สกลุ่มแรกที่มาถึงที่นี่เกือบถูกกำจัดหมดแล้ว เหลือเพียงเทพรองไม่กี่องค์ที่กำลังถูกซุนหงอคงและหยางเจี่ยนไล่ล่ากวนไจ้ที่อยู่กลางอากาศ ร่างกายพลันสั่นเทา ก่อนจะกระอักเลือดออกมา ใบหน้าใต้หมวกแก๊ปซีดขาว เห็นได้ชัดว่าใช้พลังเกินขีดจำกัดแล้วร่างหนึ่งแหวกอากาศมาถึงข้างกายในพริบตา พยุงร่างของเขาไว้“ไม่เป็นไรใช่ไหม?” โจวผิงสะพายกล่องกระบี่ ปล่อยให้เลือดจากมุมปากของกวนไจ้หยดลงบนเสื้อเชิ้ตของตัวเองพลางถามด้วยความเป็นห่วง“ไม่เป็นไร……พักสักหน่อยก็หายแล้ว” กวนไจ้ยิ้มเล็กน้อยยูริ ทากิชิโระ จั่วชิง และอาจารย์เฉินตามมาติดๆ ซีหวังหมู่ก้าวข้ามระยะทางหลายกิโลเมตรในก้าวเดียว ถือดาบศักดิ์สิทธิ์สายรุ้ง เสื้อคลุมยาวสีม่วงปักลายทองไม่มีฝุ่นเกาะแม้แต่น้อย“พระนางหวังหมู่” จั่วชิงประสานมือคำนับ“โลกิตายแล้ว” ซีหวังหมู่เอ่ยปากก็เป็นข่าวสำคัญทันที “มีคนอื่นฆ่าเขา”“คนอื่น? ใคร?” อาจารย์เฉินเปิ