งเซวียนเมื่อเห็นผู้คนเหล่านี้ยุ่งอยู่กับการรักษาตนเอง มุมปากของเหลิ่งเซวียนยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม“ขอบคุณ……”“ขอบคุณอะไรกัน คุณเป็นเพื่อนของชีเยี่ย ถ้าเราช่วยคุณไว้ไม่ได้ ชีเยี่ยคงจะมาเอาเรื่องกับพวกเราแน่” ไป๋หลี่พั่งพั่งหัวเราะเบาๆ “แถมยังใช้ร่างกายของมนุษย์ธรรมดา ถ่วงเวลาโลกิได้นานขนาดนี้……ผมไป๋หลี่พั่งพั่งยอมรับเลย!”เฉาเยวียนจ้องไปยังสนามรบระหว่างโลกิกับทูตพิเศษทั้งสี่ที่อยู่ไกลออกไป สีหน้าเผยความกังวลเล็กน้อย“พวกเขาสี่คนจะไหวเหรอ? หรือว่าพวกเราควรไปช่วยด้วย?”“ฉันจะไปเอง”เสียงหนึ่งดังมาจากเบื้องบน ทุกคนเงยหน้ามอง อันชิงอวี๋ในเสื้อคลุมสีขาวเปื้อนเลือด กำลังแบกโลงศพสีดำเหยียบย่างบนความว่างเปล่า เดินมาทางนี้เขาจ้องมองสนามรบในระยะไกลอย่างสงบ วางโลงศพสีดำที่แบกไว้ลงข้างๆ พวกไป๋หลี่พั่งพั่ง แล้วเอ่ยอย่างจริงจังว่า “ราชันทมิฬของเหล่าเฉาใกล้จะหลุดการควบคุมแล้ว ขอบเขตของพั่งพั่งก็ยังไม่พอ รออยู่ที่นี่กันก่อน……พวกนายช่วยดูแลเจียงเอ่อร์ให้ฉันด้วย ฉันจะไปช่วยพวกเขา”ไม่รอให้ไป๋หลี่พั่งพั่งพูดอะไรเพิ่มเติม ร่างของอันชิงอวี๋ก็พลันสั่นไหวแล้วกลายเป็นลำแสงพุ่งตรงไปยังสนามรบ!“ชิ……เขาบอกว่าขอบเขตผมยังไม่พอ……” ไป๋หลี่พั่งพั่งมองไปยังทิศทางที่อีกฝ่ายจากไป พลางพึมพำ “รอดูเถอะสักวันหนึ่งเขาจะต้องเสียใจ……”……เปลวไฟที่โหมกระหน่ำปะทุขึ้นจากใจกลางเมืองหิน เส้นใยกลลวงผสานเข้าด้วยกันเป็นสายๆ ร่างของโลกิในกองเพลิงห