เหลิ่งเซวียนขมวดคิ้วแน่นเมื่อเห็นโลกิพุ่งเข้ามาทางนี้เขารู้ดีว่าโลกิได้มองทะลุสถานการณ์ที่เขากำลังเผชิญอยู่อย่างถ่องแท้แล้วสำหรับเหลิ่งเซวียน สิ่งที่สามารถจำกัดโลกิได้มีเพียงปืนไรเฟิลกระบอกนี้ และกระสุนที่เหลืออยู่เพียงห้านัดเท่านั้นโลกิละทิ้งการใช้กลลวง ใช้ร่างกายที่เหลือเพียงครึ่งเดียวพุ่งเข้าหาเขาโดยตรง ก็เพื่อบีบให้เขาต้องเร่งอัตราการยิงให้เร็วขึ้นหากเหลิ่งเซวียนต้องการหยุดโลกิไม่ให้เข้าใกล้ตัวเอง ก็จำเป็นต้องยิงล่วงหน้า แต่หากทำเช่นนั้น เวลาที่กระสุนไม่กี่นัดนี้จะสามารถถ่วงได้ก็จะลดลงอย่างมาก… จะยิงเพื่อสะกัดอีกฝ่ายไม่ให้เข้าใกล้ตัวเอง หรือจะเลือกอดทน เสี่ยงกับการต่อสู้ระยะประชิด เพื่อใช้ประโยชน์จากกระสุนแต่ละนัดให้ได้มากที่สุด?เพียงการกระทำนี้อย่างเดียว ก็เปลี่ยนให้เหลิ่งเซวียนที่เดิมครองความได้เปรียบ กลายเป็นฝ่ายเสียเปรียบไปแล้วปลายนิ้วของเหลิ่งเซวียนที่แตะอยู่บนไกปืนลังเลชั่วขณะ สุดท้ายก็ไม่ได้เหนี่ยวไก เขานอนราบนิ่งอยู่บนยอดหอคอย จ้องมองร่างของโลกิที่กำลังเข้ามาใกล้เมื่อเทียบกับการยิงกระสุนทั้งหมดอย่างรวดเร็วแล้วตกอยู่ในสถานการณ์คับขัน เหลิ่งเซวียนก็ยังเลือกที่จะเสี่ยงเขาสูดหายใจเข้าลึกๆ ค่อยๆ ผ่อนลมหายใจออก มองผ่านกล้องเล็งเห็นระยะห่างระหว่างตัวเขากับโลกิลดลงอย่างรวดเร็วสามสิบกิโลเมตร ยี่สิบกิโลเมตร สิบกิโลเมตร ห้ากิโลเมตร สามกิโลเมตร……เมื่อเวลาผ่านไป ร่างของโลกิค่อยๆ ฟื้