สองนาทีก่อนทางทิศเหนือของแวดวงผู้เลื่อมใสร่างหนึ่งแบกกล่องสีดำหนักอึ้งวิ่งฝ่าทะเลทรายอันกว้างใหญ่ไพศาลเหงื่อเม็ดโตไหลลงมาตามใบหน้าของเหลิ่งเซวียน ทรายสีเหลืองปลิวว่อนติดอยู่ที่ขนตาของเขา ดวงตาหรี่ลงโดยไม่อาจควบคุมได้ แต่ถึงกระนั้น ความเร็วของเท้าก็ไม่ได้ช้าลงแม้แต่น้อย“ไอ้หมาจิ้งจอกเฒ่านี่……” เหลิ่งเซวียนพึมพำในช่วงเวลานี้ เหลิ่งเซวียนได้ค้นหาตำแหน่งของสุสานหมื่นศพที่โลกิวางแผนไว้ในแวดวงผู้เลื่อมใสมาตลอด แต่ถึงแม้เขาจะจับบาทหลวงเกือบทั้งหมดมาเค้นถามสารพัด ก็พบเพียงตำแหน่งของสุสานหมื่นศพสองแห่งเท่านั้นจากการตรวจสอบของเหลิ่งเซวียน เมืองที่เคยมีประชากรประมาณสี่หมื่นคน ตอนนี้เหลือเพียงหนึ่งหมื่นคนที่ยังรอดอยู่อย่างกระจัดกระจาย นั่นหมายความว่า ยังมีประชากรอีกหนึ่งหมื่นคนที่หายไปอย่างไร้ร่องรอยเหลิ่งเซวียนคาดเดาได้ว่า ส่วนใหญ่เป็นเพราะโลกิไม่ไว้ใจบาทหลวงเหล่านี้ หลังจากให้พวกเขาสร้างสุสานสองแห่งเสร็จแล้ว อีกฝ่ายก็แอบพาประชากรหนึ่งหมื่นคนไปเอง และแอบวางแผนสร้างสุสานหมื่นศพแห่งที่สามขึ้นมา!เขาค้นหาทุกซอกทุกมุมของแวดวงผู้เลื่อมใส ในที่สุดก็พบร่องรอยบางอย่างที่ขอบทะเลทรายทางทิศเหนือเมื่อเดินหน้าต่อไปเรื่อยๆ ที่ปลายทะเลทรายอันกว้างใหญ่ มีจุดสีดำหลายจุดปรากฏขึ้นมาอย่างเลือนรางเขายกกล้องส่องทางไกลขึ้นมา พบซากเมืองหินที่แทบจะถูกทรายสีเหลืองฝังกลบ ตั้งตระหง่านท่ามกลางลมพายุที่พัดกระหน่ำ ดูเงียบสง