“กาลาร์?”อันชิงอวี๋มีประกายแห่งปัญญาวาบขึ้นในดวงตา ดูเหมือนกำลังวิเคราะห์วัตถุศักดิ์สิทธิ์ตรงหน้าเฉาเยวียนที่อยู่ด้านข้างถามต่อ “สิ่งนี้ใช้ทำอะไร?”“นอกจากกาลาร์แล้ว มันยังมีชื่ออีกอย่างหนึ่ง” อัศวินหยุดชั่วครู่ แล้วเอ่ยเสียงทุ้มว่า “แตรแห่งหายนะ”เมื่อเห็นสีหน้าสงสัยของทุกคน อัศวินจึงพูดต่อ“ตามตำนาน ทุกครั้งที่เสียงแตรกาลาร์ดังขึ้น ทุกตารางนิ้วของพื้นดินที่เสียงแผ่ไปถึง จะเกิดหายนะครั้งใหญ่…แม้แต่อาณาจักรเทพก็ไม่ยกเว้น”“คุณหมายความว่า แค่เข้าไปในแอสการ์ดแล้วเป่าแตรนี้ หายนะครั้งใหญ่ก็จะเกิดขึ้นกับอาณาจักรเทพนอร์สเหรอ?” อันชิงอวี๋ครุ่นคิดครู่หนึ่ง “ผมมีคำถาม”“เชิญครับ”“หายนะครั้งใหญ่ที่ว่านี้ เกิดจากแตรล้วนๆ หรือว่ามีอยู่แล้วตามธรรมชาติ?” อันชิงอวี๋รู้สึกว่าคำถามนี้อาจคลุมเครือไป จึงอธิบายเพิ่ม “ยกตัวอย่างเช่น ถ้าผมเป่าแตรนี้แล้วเกิดคลื่นสึนามิถล่มเมือง คลื่นสึนามินั้นเกิดขึ้นเพราะเสียงแตรล้วนๆ หรือว่ามันมีอยู่แล้วในทะเล แค่บังเอิญซัดถล่มเมืองตอนที่เสียงแตรดังขึ้นพอดี?”“ผมก็ไม่รู้” อัศวินตอบอย่างจนปัญญา “หลักการทำงานของกาลาร์เป็นปริศนามาตลอด แม้แต่เทพสูงสุดก็ไม่สามารถไขได้ แต่ผมเคยได้ยินคำอธิบายหนึ่งว่า กาลาร์คือตัวแทนของโชคชะตา ทุกครั้งที่มันถูกเป่าขึ้น ทุกครั้งที่มันหายไป ล้วนเป็นเส้นทางที่ถูกลิขิตไว้… ผู้ที่เป่ามันไม่ใช่มนุษย์หรือเทพแต่เป็นโชคชะตาเอง”“ดังนั้น คุณต้องการใช้วัตถุศัก