ขาเกาศีรษะ “เรื่องนี้……”“เสี่ยวเจี๋ย ฉันเชื่อใจนาย และก็เชื่อใจสมาคมปีศาจด้วย ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นจริงๆ ฉันเชื่อว่าไม่ใช่ความผิดของพวกนาย… แต่ถ้านายยังปิดบังพวกเราต่อไป ฉันเกรงว่าเราคงเป็นพี่น้องกันต่อไปไม่ได้แล้ว”เมื่อน้ำเสียงของเฉาเยวียนเย็นชาลงเรื่อยๆ หน้าผากของเสี่ยวเจี๋ยก็เริ่มมีเหงื่อเย็นผุดออกมา เขาลังเลอยู่นานกัดฟันแล้วก็เอ่ยปากพูด“……ช่างเถอะ เรื่องนี้ต่อให้ตอนนี้ผมไม่บอกพวกคุณ ก็ปิดบังได้ไม่นานหรอก……หลินชีเยี่ยกับประธานของพวกเราหายตัวไป”“หายตัวไป?” เฉาเยวียนขมวดคิ้วแน่น “เกิดขึ้นเมื่อไหร่?”“ผมเพิ่งรู้สถานการณ์ที่แน่ชัดเมื่อเช้านี้เอง เรื่องมันเป็นอย่างนี้……”เสี่ยวเจี๋ยเล่าเรื่องราวทั้งหมดตั้งแต่ต้นจนจบให้เฉาเยวียนฟังอย่างละเอียด หลังจากฟังจบ อีกฝ่ายก็ตกอยู่ในความเงียบ“พี่เฉา เรื่องนี้ไม่ใช่ว่าผมไม่อยากบอกคุณจริงๆ แต่ประธานสั่งไว้ก่อนแล้ว และมันเกี่ยวข้องกับเทพเจ้าด้วย ถึงพวกคุณไปก็คงช่วยอะไรไม่ได้มาก ดังนั้น……” เสี่ยวเจี๋ยพยายามอธิบาย“ฉันเข้าใจแล้ว”ไม่รอให้เสี่ยวเจี๋ยอธิบายจบ เฉาเยวียนก็ลุกขึ้นยืนทันที ก่อนจะเดินออกจากห้องรับรองด้วยสีหน้าเคร่งเครียดหลังจากเลี้ยวไปหลายโค้ง เขาก็ไปเคาะประตูห้องรับรองอีกห้องหนึ่ง“ทางนายเป็นยังไงบ้างน่ะ?” ไป๋หลี่พั่งพั่งนั่งอยู่ในห้องเพียงลำพัง สีหน้าเคร่งเครียดไม่แพ้กัน“สืบได้แล้ว”“ทางผมก็เหมือนกัน……” ไป๋หลี่พั่งพั่งเปรียบเทียบข้อมูลที่ตนเองได้ม