ยิ่งทำให้ดูเป็นผู้หญิงมากขึ้น ภายใต้แสงเทียนสีเหลืองนวล ทำให้หลินชีเยี่ยรู้สึกแปลกตาไปชั่วขณะ“ช่วงนี้เป็นยังไงบ้าง?”“ก็เหมือนเดิมนั่นแหละ” อิดุนน์หันหน้าไปมองกระจกที่สะท้อนภาพของบรากี แล้วพูดพร้อมรอยยิ้มว่า “ทุกคืนข้ารอให้เขาหลับก่อน แล้วก็ยืมร่างของเขามาอ่านจดหมาย เขียนจดหมาย เขาเล่าเรื่องชีวิตในโรงพยาบาลให้ข้าฟังตลอดแม้จะไม่ได้เจอกันจริงๆ แต่ก็มีความสุขมากน่าเสียดายอย่างเดียวคือ ข้าไม่มีอะไรจะเล่าให้เขาฟังเลย ข้าได้แต่แต่งเรื่องชีวิตของข้าในแอสการ์ดไปเรื่อย วันนี้ดอกไม้ในสวนโตเร็วเกินไป พรุ่งนี้จะไปเที่ยวกับเทพธิดาองค์ไหน……แต่ไม่ว่าข้าจะแต่งอย่างไร เขาก็อ่านอย่างตั้งใจ แล้วก็ตื่นเต้นมาคุยกับข้าเป็นหลายๆ หน้ากระดาษ”อิดุนน์มองภาพบรากีในกระจก สีหน้าอ่อนโยนมากขึ้นเรื่อยๆ มุมปากของเธอมีรอยยิ้มหวานๆ ราวกับเห็นภาพบรากีนั่งอยู่ที่โต๊ะตัวนี้ กำลังเขียนจดหมายอย่างขะมักเขม้นหลินชีเยี่ยมองภาพนี้ด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนมากขึ้นคนสองคนที่รักกัน อยู่ใกล้กันแค่เอื้อมมือ สามารถได้ยินเสียงหัวใจของกันและกันได้ตลอดเวลา แต่กลับไม่มีวันได้พบกันตัวเป็นๆจินตนาการและจดหมายคือหนทางเดียวที่จิตวิญญาณของพวกเขาจะได้พบกันนี่คือความรักนิรันดร์และก็เป็นความทรมานนิรันดร์ด้วย“ผมจะหาทางให้พวกคุณได้พบกันอีกครั้งให้ได้” หลินชีเยี่ยเอ่ยปากอย่างจริงจังอิดุนน์ไม่ได้พูดอะไร เธอพยักหน้าเงียบๆ แววตาของเธอค่อยๆ หม่นลง ดูเหมื