เมื่อเห็นรอยยิ้มนั้น หัวใจของหลินชีเยี่ยก็สั่นไหวแม้ว่าจี้เนี่ยนจะมีบาดแผลเต็มตัว แต่ดวงตาที่เปี่ยมด้วยรอยยิ้มนั้นยังคงเปล่งประกายสดใส‘เธอตั้งใจให้ถูกจับตัวเหรอ?’ความคิดนี้ผุดขึ้นในสมองของหลินชีเยี่ย อย่างฉับพลันก่อนที่หลินชีเยี่ยจะคิดอะไรต่อ จี้เนี่ยนก็เดินตามฮอดร์ไป ยืนอยู่ด้านหน้าเขาจี้เนี่ยนสะบัดศีรษะเบาๆ เส้นผมสีเงินขาวพลิ้วไหวดั่งน้ำตกในสายลม ปัดผ่านหน้าอกของหลินชีเยี่ยในช่วงเวลาสั้นๆ นั้น เงาบางอย่างลอยออกมาจากเส้นผมของเธอ ตกลงสู่อ้อมอกของหลินชีเยี่ยอย่างเงียบกริบหลินชีเยี่ยรู้สึกราวกับมีแผ่นบางๆ ปัดผ่านปกเสื้อ แนบติดกับผิวหนังบนหน้าอกอย่างเบาบาง แผ่ซ่านความเย็นเล็กน้อยการเคลื่อนไหวนี้เป็นไปอย่างธรรมชาติและไม่ตั้งใจ ไม่มีคลื่นพลังจิตแผ่ออกมาแม้แต่น้อย เทพเจ้าแอสการ์ดทั้งสี่ที่บินนำหน้าหลินชีเยี่ยจึงไม่ได้สังเกตเห็นความผิดปกติแต่อย่างใดหลินชีเยี่ยขยับเสื้อผ้าให้แน่นขึ้นอย่างเงียบๆ ดวงตาลึกล้ำวาบขึ้นด้วยประกายแห่งปัญญา ตามติดเหล่าเทพไปยังแอสการ์ด……แอสการ์ดซือเสี่ยวหนานผลักประตูใหญ่ของวังที่โล่งกว้าง เท้าย่ำบนพื้นอิฐแกะสลักสีดำ สุดท้ายหยุดฝีเท้าลงตรงหน้าบัลลังก์ในส่วนลึกของวัง“ท่านโลกิ” เธอก้มหน้าเอ่ยปากโลกิที่สวมเสื้อคลุมสีดำกำลังนั่งอย่างไม่ใส่ใจบนบัลลังก์ มือข้างหนึ่งพิงพนักแขน ปลายนิ้วหนีบขวดยาสองขวดเขย่าเบาๆเสียงทุ้มของยาที่กระทบขวดราวกับเสียงกระซิบของปีศาจ ก้องสะท้อนในวัง